ซินโครตรอนเปิดเวที SLRI User Meeting 2026 เชื่อมนักวิจัย–ภาคอุตสาหกรรม สร้างโอกาสต่อยอดนวัตกรรม

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเวที SLRI User Meeting 2026 รวมการประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนและกิจกรรมซินโครตรอนเพื่อภาคอุตสาหกรรมไว้ในงานเดียวกันเป็นครั้งแรก เปิดพื้นที่ให้นักวิจัยจากภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรมได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ พร้อมได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน

กรุงเทพมหานคร – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จัด การประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (SLRI Annual User Meeting: AUM) และกิจกรรมซินโครตรอน เทคโนโลยีแสงขั้นสูง มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรม ครั้งที่ 18 (Synchrotron Advanced Technology for Industry: SATI 2026) หรือ SLRI User Meeting 2026 วันที่ 18 กันยายน 2569 ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร โดยนับเป็นครั้งแรกที่สถาบันฯ นำสองกิจกรรมสำคัญมาจัดร่วมกันในเวทีเดียว

การจัดงานในรูปแบบใหม่มีเป้าหมายสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ นักวิจัยจากภาควิชาการ ผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอน นักวิทยาศาสตร์ และผู้ประกอบการจากภาคอุตสาหกรรม ได้พบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน จากเดิมที่ต่างมีเวทีเฉพาะของตนเอง สู่การสร้างพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ “โจทย์วิจัย” และ “โจทย์อุตสาหกรรม” ได้มาเจอกัน เพื่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเพิ่มโอกาสในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง

อีกหนึ่งความพิเศษของการจัดงานในปีนี้คือการได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ปลดล็อกขีดความสามารถของประเทศไทย: โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้าเพื่อวิจัย นวัตกรรม และอุตสาหกรรม”

ส่วนกิจกรรมไฮไลท์สำหรับปีนี้คือกิจกรรม “The 8-Minute Breakthrough: พลิกโจทย์อุตสาหกรรมด้วยแสงอัจฉริยะ และทางลัดนวัตกรรมแห่งอนาคต” โดยการนำเสนอของนักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนในรูปแบบกระชับที่เปิดมุมมองให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นว่า เทคโนโลยีแสงซินโครตรอนสามารถเข้าไปมีบทบาทในการตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างไร ผ่านตัวอย่างการประยุกต์ใช้ใน 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยเหลือการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน จัดการข้อมูลวิจัย ลดความผิดพลาด และลดต้นทุนการผลิต, การพัฒนาอาหารแห่งอนาคต โดยใช้ซินโครตรอนวิเคราะห์โครงสร้างอาหาร เพื่อพัฒนาอาหารที่มีรสชาติอร่อยและยืดอายุการเก็บรักษาเพื่อการส่งออก, เคมีภัณฑ์และการอัพไซเคิลของเสียอุตสาหกรรม โดยใช้ซินโครตรอนศึกษาการเปลี่ยนขยะจากอุตสาหกรรมให้เป็นวัสดุคุณภาพสูงและมูลค่าสูง เช่น ไททาเนียมไดออกไซด์ เป็นต้น, แบตเตอรี่ โดยใช้เทคนิคซินโครตรอนศึกษาวัสดุ รวมถึงประสิทธิภาพการชาร์จเร็ว-ชาร์จช้าและการเก็บประจุของวัสดุที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่, การแพทย์และสมุนไพร โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องเร่งอนุภาคผลิตรังสีเอกซ์เพื่อฉายรังสีและฆ่าเชื้อให้สมุนไพรไทยซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออก, และการศึกษาโครงสร้างวัสดุที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยยกตัวอย่างการพิสูจน์ประสิทธิภาพของโลชั่นที่ภาคอุตสาหกรรมพัฒนาสูตรให้มีส่วนผสมช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรง

ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมที่สะท้อนการเชื่อมโยงตั้งแต่ การวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม เริ่มด้วยการบรรยาย “Synchrotron Applications for Industry” ว่าด้วยการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนเพื่อยกระดับการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการรายงานความก้าวหน้า โครงการเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องที่ 2 ระดับพลังงาน 3 GeV และศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ตลอดจนการให้ข้อมูลสถานะปัจจุบันของระบบลำเลียงแสงและความพร้อมสำหรับผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ยังมีการเสวนา “Thai Users: Global Perspectives” โดยตัวแทนจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน ที่ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้บริการแสงซินโครตรอนในต่างประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างเครือข่ายทุนทั้งทุนวิจัยด้านวิชาการและทุนจากภาคเอกชนที่ยกระดับให้งานวิจัยของผู้วิจัยพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และทราบทิศทางการวิจัยที่ตอบสนองความต้องการของภาคเอกชน

อีกกิจกรรมสำคัญภายในงานคือการมอบรางวัล SLRI Award ให้แก่ผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอนที่มีผลงานโดดเด่น โดยปีนี้ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ผศ.ดร.เจียเชียน ฉิน (Assist. Prof. Dr. Jiaqian Qin) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ (SLRI Award: Physical Sciences) จากผลงาน “Highly Stable Aqueous Zn-Ion Batteries Achieved by Suppressing the Active Component Loss in Vanadium-Based Cathode” และ ดร.อัญชลี อุษณาสุวรรณกุล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (SLRI Award: Life Sciences) จากผลงานเรื่อง “Multiscale Characterization of Rice Starch Gelation and Retrogradation Modified by Soybean Residue (Okara) and Extracted Dietary Fiber Using Rheology, Synchrotron Wide-Angle X-Ray Scattering (WAXS), and Fourier Transform Infrared (FTIR) Spectroscopy” นอกจากนี้ยังมีรางวัล Poster Award สำหรับผู้นำเสนอผลงานโปสเตอร์ภายในงานด้วย