กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเจตนารมณ์และการป้องกันและการจัดการความรุนแรงในโรงพยาบาล ( STOP Violence) ร่วมมือภาคีเครือข่ายยกระดับมาตรการความปลอดภัยในสถานพยาบาล มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยและประชาชนผู้มารับบริการทั่วประเทศ เผยตั้งแต่ปี 2567 – 2569 พบเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงพยาบาล 91 ครั้ง มีบุคลากรทางการแพทย์ได้รับบาดเจ็บ 40 ราย ประชาชนได้รับบาดเจ็บ 23 ราย

วันที่ 18 กันยายน 2569 ณ โถงอาคาร 3 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีประกาศเจตนารมณ์และการป้องกันและการจัดการความรุนแรงในโรงพยาบาล (STOP Violence) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้บริหาร บุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการป้องกันและจัดการความรุนแรงในโรงพยาบาล ว่า 1.ความรุนแรงทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นวาจา การคุกคาม หรือการกระทำต่อร่างกายและทรัพย์สินในสถานพยาบาล เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง 2.เราจะผนึกกำลังเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็งและไร้รอยต่อ 3.เราจะพัฒนาแนวทางป้องกัน รับมือ และเยียวยาบุคลากรอย่างเป็นระบบ และ 4.รณรงค์สร้างความเข้าใจแก่สังคมว่าประชาชนคือศูนย์กลาง และการรักษาที่มีคุณภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบุคลากรได้รับความปลอดภัย

นายแพทย์ภานุวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในสถานพยาบาลถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสาธารณสุขในภาพรวม โดยจากสถิติปี พ.ศ. 2567 – 2569 พบเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงพยาบาล 91 ครั้ง ส่งผลให้มีบุคลากรทางการแพทย์ได้รับบาดเจ็บ 40 ราย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 23 ราย ซึ่งรูปแบบความรุนแรงมีทั้งการทำร้ายร่างกายบุคลากร การทะเลาะวิวาท การก่อความไม่สงบ การทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ตลอดจนการทำร้ายตนเองของผู้ป่วย การป้องกันและการจัดการความรุนแรงในสถานพยาบาลจึงเป็นเรื่องที่ต้องลงมืออย่างจริงจัง โดยรวมพลังของภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างความตระหนักรู้และกำหนดมาตรการป้องกันเชิงรุก ยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดในสถานพยาบาล ให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความมั่นใจในความปลอดภัย มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ได้มาตรฐานสูงสุด ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือ การเปลี่ยนสถานพยาบาลให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยและประชาชนผู้มารับบริการทั่วประเทศ













