“เจเศรษฐ์” สั่งกรมโยธาฯ คุมเข้มผังเมือง-ความปลอดภัย “Data Center” ทั่วประเทศ รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล!

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เดินหน้านโยบายกระทรวงมหาดไทย สั่งการกรมโยธาธิการและผังเมืองยกระดับมาตรการกำกับดูแลการก่อสร้างและการใช้ประโยชน์ที่ดินสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลตามแนวทางของรัฐบาล พร้อมกำชับให้การพัฒนาเป็นไปอย่างสมดุล โดยต้องไม่กระทบต่อความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชนโดยรอบ

มท.3 ได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อจัดทำมาตรการและหลักเกณฑ์ทางกฎหมายให้มีความชัดเจน สามารถรองรับการเติบโตของ Data Center ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแนวทางสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่

1. ยกระดับมาตรการด้านการผังเมือง

กรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างการจัดทำคำนิยาม “ดาต้าเซ็นเตอร์” ให้มีความชัดเจนในประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวม โดยครอบคลุมทั้ง Data Center ที่ให้บริการแก่บุคคลภายนอกและที่จัดตั้งขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ภายในองค์กร

สำหรับ Data Center ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สามารถพิจารณาจัดตั้งในพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม ชุมชนเกษตรกรรมบางส่วน และพื้นที่อุตสาหกรรม โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านอัตราส่วนพื้นที่อาคารปกคลุมดิน (BCR) ระยะถอยร่น และเงื่อนไขอื่นตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ขณะที่ Data Center ขนาดใหญ่ซึ่งอาจมีผลกระทบในระดับสูง จะต้องกำหนดพื้นที่รองรับเป็นการเฉพาะ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบได้อย่างเหมาะสม

2. ยกระดับมาตรการด้านการควบคุมอาคารและความปลอดภัย

กรมโยธาธิการและผังเมืองเตรียมยกร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคาร พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการยกร่างกฎกระทรวง เพื่อกำหนดนิยาม ประเภทอาคาร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการก่อสร้างอาคาร Data Center ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะและความเสี่ยงของกิจการ

มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการป้องกันและระงับอัคคีภัย การจัดระเบียบและการใช้งานอาคาร ตลอดจนการกำหนดให้อาคาร Data Center ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งานอาคาร

นอกจากนี้ สำหรับ Data Center ที่เปิดดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน กรมโยธาธิการและผังเมืองจะประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อร่วมลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบความปลอดภัย รวมถึงสภาพการใช้งานอาคาร หากพบว่าอาคารมีสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน หรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญ เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยอาจมีคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข หรือห้ามใช้อาคารตามที่กฎหมายกำหนด

เร่งตรวจสอบ Data Center ในกรุงเทพฯ 11 แห่ง

ทั้งนี้ นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มอบหมายทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่สำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร ลงพื้นที่เร่งสำรวจและตรวจสอบอาคารที่ประกอบกิจการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว จำนวน 11 แห่ง ได้แก่

1. บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ศูนย์คอมพิวเตอร์ อาคารบางกอกไทย ทาวเวอร์ เขตราชเทวี
2. บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด เขตจตุจักร
3. บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์เทเลคอม จำกัด (มหาชน) เขตบางเขน
4. บริษัท มิลคอมซิสเต็มซ์ จำกัด เขตหลักสี่
5. บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ เขตห้วยขวาง
6. บริษัท เอสทีที จีดีซี บีเคเค3 (ประเทศไทย) จำกัด อาคารวันแบงค็อก ทาวเวอร์ เขตปทุมวัน
7. บริษัท เทเลเฮ้าส์ (ประเทศไทย) จำกัด
8. บริษัท ดาเรีย ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์คลาวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด เขตห้วยขวาง
9. บริษัท ซีขอร์ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์คลาวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด อาคารโอทีที ดีซี
10. บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด ทรูทาวเวอร์ 2 อาคาร 1 เขตสวนหลวง
11. บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด อาคารทรูทาวเวอร์ 1 เขตห้วยขวาง

โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการสำรวจและตรวจสอบอาคาร Data Center ระหว่างวันที่ 8–11 กันยายน 2569 เพื่อจัดเก็บข้อมูลและประเมินความเหมาะสมของอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคาร ตลอดจนตรวจสอบประเด็นด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบ

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การขยายตัวของ Data Center ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่การส่งเสริมการลงทุนจำเป็นต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการกำกับดูแลที่รัดกุม

“การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลต้องเดินหน้า แต่ความปลอดภัยของประชาชนต้องเดินไปพร้อมกัน การกำกับดูแล Data Center จึงไม่ใช่การสกัดกั้นการลงทุน แต่เป็นการสร้างมาตรฐานที่ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน”

มท.3 ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่าง “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” กับ “ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน” โดยกระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรองรับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนในระยะยาว