
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องแวนด้าแกรนด์ บอลรูม เอ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้าแกรนด์ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชน รุ่นที่ 4 พร้อมมอบประกาศนียบัตร และเข็มวิทยฐานะแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรม โดยมี นายไตรฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจาก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอำนาจ เหล่ากอที รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นางนุสรา วงษ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นางโสภา เย็นแจ่ม ผู้ตรวจราชการกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นางสาวมาริสา วิริยะรัมภ์ นักทัณฑวิทยาเชี่ยวชาญ ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และที่ปรึกษาหลักสูตร เข้าร่วม
สืบเนื่องจาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้เปิดการอบรมหลักสูตรนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชน จำนวน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชน ระดับต้น (บสต.) รุ่นที่ 4 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มีนาคม – 7 กรกฎาคม 2569 มีผู้สำเร็จหลักสูตร จำนวน 39 คน หลักสูตรนักบริหารระดับกลาง (บสก.) รุ่นที่ 4 ซึ่งการอบรมกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 มีนาคม-21 กรกฎาคม 2569 มีผู้สำเร็จหลักสูตร จำนวน 51 คน และหลักสูตรนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับสูง (บสส.) รุ่นที่ 4 ซึ่งการอบรมกำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 14 สิงหาคม 2569 มีผู้สำเร็จหลักสูตร จำนวน 60 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 150 คน
ทั้งนี้ การฝึกอบรมทั้ง 3 หลักสูตร มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน และส่งเสริมให้บุคลากรในหน่วยงานปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและสร้างเครือข่ายนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนของแต่ละหลักสูตรให้มีทักษะด้านนโยบาย ด้านวิชาการ ด้านการจัดการ ด้านการพัฒนาการบริหารงานด้านสิทธิมนุษยชนในหน่วยงานโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายของแต่ละหลักสูตร ซึ่งผู้อบรมประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และภาคประชาสังคม โดยคาดหวังว่าผู้ผ่านการอบรมของแต่ละหลักสูตร จะสามารถนำความรู้ไปผลักดันให้เกิดนโยบายที่ส่งเสริมและเคารพสิทธิมนุษยชนในองค์กร เกิดการประสานงานระหว่างหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้หน่วยงาน สังคม มีความเข้าใจในการเคารพสิทธิ และไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น และเข้าถึงบริการของรัฐ และช่องทางการอำนวยความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาค ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน






















