กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ The Cloud นำผู้ประกอบการ GI ไทยเข้าร่วมงาน “Thailand Coffee Fest 2026” ภายใต้บูธ GI Pavilion คัดสรรสุดยอดกาแฟและชา GI จากทั่วประเทศ มาให้เหล่านักชิมได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อย เพิ่มทางเลือกในการบริโภคของดีของไทย พร้อมส่งเสริมโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการกาแฟและชา GI ไทยสู่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 13 กันยายน 2569 ณ อิมแพค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ เมืองทองธานี

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา มอบหมายให้ นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นผู้แทนเข้าร่วมพิธีเปิดงาน “Thailand Coffee Fest 2026” เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 พร้อมเปิดเผยว่า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เพราะเป็นสินค้าอัตลักษณ์ คุณภาพ ผลิตจากภูมิปัญญา และชื่อเสียงของชุมชน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทั้งดิน น้ำ อากาศ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้สินค้า GI มีความโดดเด่นและแตกต่างจากสินค้าทั่วไป โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่ม “กาแฟ” ที่สร้างชื่อเสียง สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศในแต่ละปีกว่า 1,500 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับกาแฟ GI ไทยในระดับสากล ปัจจุบันมีกาแฟ GI ไทย ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศด้วย อาทิ กาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้าง ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น และกาแฟดอยตุง ขึ้นทะเบียนในกัมพูชา เป็นต้น

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของสินค้า GI ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ กรมฯ จึงมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จาก GI ในการพัฒนาสินค้าและขยายโอกาสทางการตลาด ตามแนวนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการทุกระดับสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือกับ The Cloud ในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีในการสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้ากาแฟและชา GI ให้ได้แสดงศักยภาพของสินค้า สร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภค และส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงกาแฟอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นได้ง่ายขึ้น

ภายในงาน Thailand Coffee Fest 2026 กรมฯ ได้คัดสรรสุดยอดกาแฟและชา GI จากทั่วประเทศ รวม 8 รายการ มาจัดแสดง ประกอบด้วย (1) กาแฟเทพเสด็จ จ.เชียงใหม่ กาแฟอาราบิกาจากดอยสูง มีเอกลักษณ์โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า รสชาติกลมกล่อมและละมุนชวนดื่ม (2) กาแฟดอยช้าง จ.เชียงราย โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อมพร้อมกลิ่นหอมเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล (3) กาแฟดอยตุง จ.เชียงราย ให้รสชาติกลมกล่อมสมดุลและกลิ่นหอมนุ่มนวลจากสายพันธุ์ลูกผสมบนเทือกเขานางนอน (4) กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน มอบมิติรสชาติที่ซับซ้อนด้วยกลิ่นหอมช็อกโกแลต ถั่ว ผลไม้ และมีความเผ็ดซ่าคล้ายสมุนไพรในตัว (5) กาแฟวังน้ำเขียว นครราชสีมา นำเสนอการผสมผสานระหว่างอาราบิกาและโรบัสตา จนได้รสสัมผัสที่กลมกล่อม ละมุน นุ่มนวล ดื่มง่าย (6) กาแฟดงมะไฟ จ.นครราชสีมา ชูจุดเด่นของกาแฟอาราบิกาบนภูเขาดงมะไฟที่ให้รสชาติกลมกล่อมและมีกลิ่นหอมอโรม่าชวนสัมผัส (7) กาแฟเมืองกระบี่ เผยเสน่ห์ของกาแฟโรบัสตาพื้นเมืองด้วยรสชาติขม เข้มข้นสะใจ บอดี้หนักแน่น และ (8) ชารางแดงเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ชา GI น้องใหม่ที่ให้สีน้ำชาเหลืองทอง พร้อมรสสัมผัสหอม หวานอ่อนๆ ติดปลายลิ้น โดยไม่ฝาดและไม่ขม นอกจากนี้ ยังมีกาแฟที่เป็นว่าที่ GI อีก 4 รายการ ได้แก่ กาแฟมณีพฤกษ์น่าน กาแฟแม่จริมน่าน กาแฟเมืองปาน จ.ลำปาง และกาแฟปางขอน จ.เชียงราย นำมาร่วมจัดแสดงในงานนี้ด้วย
ทั้งนี้ งาน Thailand Coffee Fest 2026 ถือเป็นมหกรรมกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 โดยรวบรวมผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์กาแฟจากหลากหลายพื้นที่มาไว้ในงานเดียว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทำความรู้จักและสัมผัสความหลากหลายของกาแฟจากแหล่งผลิตต่างๆ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้พบปะผู้ซื้อและคู่ค้า และต่อยอดความร่วมมือทางการค้าผ่านกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะช่วยขยายตลาด เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า GI สร้างรายได้และโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กาแฟและชา GI เป็นสินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และเรื่องราวของแต่ละท้องถิ่น การสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกสนับสนุนสินค้า GI จึงมีส่วนช่วยให้คุณค่าของสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชนผู้ผลิต พร้อมย้ำว่า กาแฟและชา GI ของไทย เป็นผลิตภัณฑ์จากชุมชนท้องถิ่นที่มีคุณภาพและน่าสนใจไม่แพ้สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมอุดหนุนและเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการ GI ได้ที่ GI Pavilion ณ ฮอลล์ 7 บูธ J01 อิมแพค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 กันยายน 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook : GI Thailand













