“รองนายกฯ ทรงศักดิ์” เดินหน้าความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพ MRC Summit ครั้งที่ 5 ย้ำบูรณาการทุกภาคส่วน ดูแลผลประโยชน์ประเทศและประชาชน พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือแม่น้ำโขงในเวที MRC

วันที่ 10 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย (TNMC) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

ที่ประชุมรับทราบการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสำหรับการเข้าร่วม การประชุมคณะมนตรีคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC Council) ครั้งที่ 33 และการประชุมระหว่างคณะมนตรี MRC กับหุ้นส่วนการพัฒนา ครั้งที่ 31 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–18 พฤศจิกายน 2569 ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม รวมทั้งพิจารณาความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพ การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (Mekong Summit) ครั้งที่ 5 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–5 เมษายน 2570 โดยที่ประชุมเห็นชอบการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดการประชุม เพื่อบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเตรียมความพร้อมในทุกมิติ

รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมระดับผู้นำ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงบทบาทของประเทศไทยและขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำโขง พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับ การรักษาผลประโยชน์ของประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบข้ามพรมแดน ซึ่งจำเป็นต้องมีข้อมูลทางวิชาการที่เพียงพอ ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการดำเนินงานทั้งในประเทศและการประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิก MRC และภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเตรียมการเป็นเจ้าภาพ Mekong Summit ครั้งที่ 5 และการเข้าร่วมการประชุม MRC Council เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีเอกภาพ และสะท้อนจุดยืนของประเทศไทยอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ ได้ให้นโยบายและทิศทางการดำเนินงานเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง โดยเฉพาะด้านทรัพยากรน้ำ พลังงาน และต่างประเทศ โดยให้บูรณาการงานในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพ รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนต่อไป