กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าเปิดเวทีระดมสมองครั้งสำคัญ จัดกิจกรรมเสวนา “ASP Think Tank : ร่วมออกแบบอนาคตผู้ให้บริการทางการเกษตร” ดึงผู้แทนจาก 4 ภาคส่วน ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ (เกษตรกรและผู้สร้างแพลตฟอร์มบริการ) ร่วมเสนอแผนการขับเคลื่อนระบบผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agriculture Service Provider: ASP) เปลี่ยนผ่านแนวคิดการเพาะปลูกแบบเดิม มุ่งลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ของภาคเกษตรไทยในระยะยาว

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ประธานในการเปิดงานฯ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบริการการเกษตรยุคใหม่ ซึ่งบทบาทของระบบบริการทางการเกษตร (Agriculture Service Provider: ASP) ระบุว่า สิ่งที่กำลังผลักดันร่วมกันในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างอาชีพ ธุรกิจ หรือบริการด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยพลิกโฉมและปรับเปลี่ยน “โครงสร้างใหม่ของภาคเกษตรไทย” ทั้งระบบ ที่ผ่านมา เกษตรกรไทยมักต้องดูแลจัดการทุกขั้นตอนด้วยตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่กระบวนการเตรียมดิน การเพาะปลูก การบำรุงรักษา ป้องกันโรคและแมลง เก็บเกี่ยว ไปจนถึงกระบวนการหาตลาด ซึ่งสร้างสร้างข้อจำกัดและความเสี่ยงในกรณีที่ต้องลงทุน จัดซื้อเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลทางการเกษตรประสิทธิภาพสูงด้วยตนเอง แต่ในโลกยุคปัจจุบันที่การเกษตรเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เกษตรกรไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระและลงทุนเป็นเจ้าของอุปกรณ์ทุกอย่างด้วยตนเอง แต่คือการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน
“วันนี้เรากำลังเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดเดิมที่ “เกษตรกรต้องมีทุกอย่างด้วยตนเอง” ก้าวไปสู่ “เกษตรกรเข้าถึงสิ่งที่ต้องการได้ เมื่อจำเป็น และจ่ายเท่าที่ใช้” นี่คือบทบาทสำคัญของระบบ ASP ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรตั้งเป้าหมายยกระดับ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงระบบบริการที่เหมาะสม ปรับลดต้นทุนการผลิต และตอบโจทย์การแข่งขันได้อย่างมีเสถียรภาพ” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

4 กรอบแนวคิดขับเคลื่อนทิศทางระบบ ASP ประเทศไทย
การออกแบบทิศทางผู้ให้บริการทางการเกษตรเพื่อก้าวไปสู่ระบบบริการการเกษตรของประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตรได้วางกรอบประเด็นการดำเนินงานที่ต้องหารือร่วมกัน 4 ประการ ดังนี้:
1. ความต้องการของเกษตรกร (Farmers’ Needs): การค้นหาความต้องการเชิงลึกในแต่ละพื้นที่ เพื่อพัฒนาบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการได้โดยตรง มุ่งลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงด้านต่างๆ
2. รูปแบบธุรกิจ (Business Models): ส่งเสริมการพัฒนาโมเดลธุรกิจของ ASP ให้มีมาตรฐาน มีรายได้ที่เหมาะสม มีแรงจูงใจในการลงทุน และพัฒนาธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน
3. ระบบนิเวศ (Ecosystem): การสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่ประสานการทำงานร่วมกันอย่างครอบคลุม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน และภาคีเครือข่ายระดับท้องถิ่น
4. เทคโนโลยีและอนาคต (Technology and Future): การวางแนวทางสนับสนุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI, ข้อมูลการเกษตร (Data), โดรนเกษตรกรรม (Drone) และระบบอัตโนมัติ (Automation) ให้กลายเป็นบริการที่เกษตรกรทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ในราคาที่คุ้มค่า
เสวนาช่วงที่ 1: ถอดรหัสนโยบาย เทคโนโลยี และทิศทางธุรกิจ ASP
บนเวทีเสวนาในกลุ่มที่ 1 ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ในประเด็นสำคัญ เริ่มจาก คุณวุฒิศักดิ์ เพชรมีศรี ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ได้นำเสนอถึงการเตรียมความพร้อมของภาครัฐในการเปิดพื้นที่ มุ่งผลักดันจากเกษตรการผลิตควบคู่กับเกษตรบริการ บนฐาน Sharing Economy เพื่อลดภาระการลงทุนสินทรัพย์ถาวรของเกษตรกรรายย่อย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เครื่องจักร เทคโนโลยี และข้อมูลและการบริหารจัดการเชิงนโยบายเพื่อสร้างเสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรผู้ใช้งานระบบบริการนี้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ในมุมมองทางด้านการปรับตัวทางวิชาการและสังคมเกษตรกร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรุณ วรามิตร คณบดีวิทยาลัยบูรณาการศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมอธิบายถึงสภาวะโครงสร้างและแนวโน้มการเปลี่ยนไปของสังคมเกษตรกรไทย พร้อมชี้ให้เห็นถึงงานบางประเภทที่เกษตรกร ไม่จำเป็นต้องลงมือทำด้วยตนเอง แต่สามารถใช้บริการผ่านระบบ ASP ซึ่งจะสร้างความคุ้มค่าและให้ผลผลิตเชิงมาตรฐานที่สูงกว่าการทำด้วยตนเอง ขณะที่ ดร.อรรถวิชช์ วัชรพงศ์ชัย Head of Field Operations – Thai Rice GCF ได้แบ่งปันแนวคิดล้ำสมัยในด้านเทคโนโลยี โดยวิเคราะห์ว่าในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า นวัตกรรม AI, ข้อมูลการเกษตร (Data), โดรนเกษตรกรรม และระบบควบคุมอัตโนมัติต่างๆ จะเข้ามามีบทบาทและปฏิวัติวิถีทำกินของเกษตรกรอย่างแน่นอน ความท้าทายหลักคือการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรมล้ำสมัยเหล่านี้ให้พัฒนาไปสู่บริการเชิงพาณิชย์
ด้านภาคเอกชน คุณณกรณ์ กล่อมใจ Assistant Manager-Digital Business & Innovation บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ร่วมถ่ายทอดบทเรียนการพัฒนาแพลตฟอร์มบริการทางการเกษตรของบริษัท พร้อมชี้ให้เห็นหัวใจสำคัญและจุดเปลี่ยนที่จะทำให้นวัตกรรม และเปลี่ยนภาพลักษณ์ไปสู่ “การบริการ (Service)” ที่ได้มาตรฐาน สร้างความคุ้มทุน มีเสถียรภาพรายได้ และขยายฐานธุรกิจให้เติบโตได้จริง
เสวนาช่วงที่ 2: สะท้อนมุมมองจากผู้ใช้จริง สู่ระบบที่ตอบโจทย์
การเสวนาช่วงที่สอง มุ่งเน้นการเปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากเกษตรกรและผู้ใช้จริงในพื้นที่ โดยมี คุณศรัญญู ธรรมรัต เกษตรกรจังหวัดชุมพร และ ว่าที่ร้อยตำรวจตรี เอกรัตน์ จันทร์ศิริ เกษตรกรจังหวัดปทุมธานี ร่วมสะท้อนภาพความเป็นจริงในพื้นที่เพาะปลูก โดยชี้ว่าความต้องการเทคโนโลยีและความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ของประเภทเกษตรกรรมเป็นปัจจัยกำหนดความเหมาะสมในการเลือกใช้บริการ ASP พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะว่า ระบบ ASP ในอนาคตที่ดีและมีประสิทธิภาพจะต้องสามารถตอบโจทย์การใช้งานเชิงปฏิบัติการได้อย่างใกล้ชิด รวดเร็ว และเป็นธรรม
ปิดท้ายที่ คุณเปรมศักดิ์ ทานน้ำใจ CEO & Co-Founder แพลตฟอร์ม “เกษตรทันใจ” ร่วมแชร์หลักการ และอุปสรรคของการจับคู่ ระหว่างเกษตรกรผู้ต้องการใช้บริการกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีในชีวิตจริง โดยได้ฝากข้อเสนอแนะที่ภาคเอกชนผู้ให้บริการมีความต้องการ และคาดหวังการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐบาล เพื่อผลักดันให้โครงสร้างพื้นฐานระบบ ASP ของประเทศขับเคลื่อนไปได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น
ข้อคิดเห็นจากเวทีครั้งนี้จะใช้ประกอบการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางส่งเสริม ASP ต่อไป โดยมุ่งให้เกษตรกรเข้าถึงบริการที่เหมาะสม ลดภาระการลงทุนในเครื่องมือและเครื่องจักร และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการพัฒนาผู้ให้บริการให้มีมาตรฐานและสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง



