กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดการแพทย์ดั้งเดิมโลก ครั้งที่ 3 (Third WHO Global Summit on Traditional Medicine) ระหว่างวันที่ 10–12 พฤศจิกายน 2570 ณ กรุงเทพมหานคร โดยวางแนวคิด “Wisdom. Wellness. Wealth.” เป็นกรอบสำคัญ ในการนำภูมิปัญญาการแพทย์ดั้งเดิมมาผสานกับวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเศรษฐกิจสุขภาพ เพื่อเชื่อมโยง การแพทย์ดั้งเดิมกับระบบสุขภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารธารณสุข มอบหมายให้เป็นผู้แทนเดินทางเยือน กระทรวง AYUSH ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือและเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ WHO Global Summit on Traditional Medicine 2027 โดยนำคณะ เข้าหารือกับ ดร.ไวทยา ราเชช โคเตชา ปลัดกระทรวง AYUSH, ดร.ชยามา คุรุวิลลา ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ดั้งเดิม โลกแห่งองค์กรอนามัยโลก และเข้าเยี่ยมคารวะ นายประตาปเรา คณปัตราว ชาธาฟ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวง AYUSH ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย
ทั้งนี้ รัฐมนตรี AYUSH ของอินเดีย ได้แสดงความยินดีพร้อมระบุว่า การที่ประเทศไทยรับไม้ต่อเป็นเจ้าภาพ งานระดับโลกของ WHO ไม่เพียงแต่เป็นกลไกขับเคลื่อนวาระการแพทย์ดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ ในการยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ดร.นพ.พงศธร กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางประเทศไทยพร้อมนำบทเรียนความสำเร็จจากการประชุมครั้งที่ 2 ณ กรุงนิวเดลี ซึ่งเป็น Mega Event ระดับโลก ที่มีรัฐมนตรีเข้าร่วม 25 ประเทศ ผู้แทนจาก 103 ประเทศ และ สร้างการรับรู้ผ่านสื่อกว่า 2.5 ล้านครั้ง จนเกิด “ปฏิญญานิวเดลี” มาปรับใช้ ในการประชุม WHO Global Summit on Traditional Medicine 2027 ระหว่างวันที่ 10–12 พฤศจิกายน 2570 ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยตั้งเป้าปรับภาพลักษณ์ การแพทย์ดั้งเดิม จากเรื่องเฉพาะกลุ่มหรือความเชื่อเดิม ให้กลายเป็นเศรษฐกิจสุขภาพ โดยมี 3 ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ Thai Food Good Health ผลักดันอาหารไทยเพื่อสุขภาพสู่เมนูระดับสากล, Thai Wellness Destination ยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพและเวลเนสไทยให้ได้มาตรฐานสากลในรูปแบบ “มิชลินไกด์”, Discovery Experience Space พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมและประสบการณ์การแพทย์แผนไทย แบบอินเทอร์แอคทีฟกระจายรายได้สู่ฐานราก
พร้อมกันนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้เตรียมความพร้อมรองรับงานระดับโลกด้วยการแบ่งโครงสร้างบริหารจัดการครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ งานต้อนรับและดูงาน, งานอำนวยการและรับรองรัฐมนตรี, งานวิชาการ, งานรับเสด็จและพิธีการ และงานนิทรรศการ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างเรียบร้อยและสมเกียรติ
เป้าหมายสูงสุดของการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ มุ่งเปิดตลาดโลกและกระจายรายได้ตรงสู่เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร แพทย์แผนไทย และผู้ประกอบการเวลเนสไทย เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสร้างความมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน
ดร.นพ.พงศธร กล่าวในตอนท้ายว่า ประเทศไทยมีกำหนดใช้เวทีการประชุม Global Wellness Summit ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นสะพานเชื่อมและสร้างแรงส่งดึงดูดความสนใจจาก ประชาคมโลกก่อนที่จะถึงวาระสำคัญในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดองค์การอนามัยโลกในปี 2570 นี้






