สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ “อาคารฉลองสตวัสส์” และ “อาคารพิพรรธน์ศตพรรษ์” โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เนื่องในมงคลสมัยเจริญพระชนมายุ 100 พรรษา ช่วยเพิ่มศักยภาพการตรวจรักษา ส่งเสริมสุขภาพ ฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ ยกระดับบริการสุขภาพใกล้บ้าน ใกล้ใจ ลดความแออัด และลดการส่งต่อโรงพยาบาลใหญ่
วันที่ 5 กันยายน 2569 ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (อัมพร อัมพโร) เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารฉลองสตวัสส์ และอาคารพิพรรธน์ศตพรรษ์ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในโอกาสนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดราชบุรี บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี
นายพัฒนา กล่าวว่า โรงพยาบาลแห่งนี้เดิมชื่อ โรงพยาบาลดำเนินสะดวก เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 ได้รับประทานพระอนุญาตจาก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ให้เชิญพระนามเป็นชื่อโรงพยาบาลว่า “โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร)” เนื่องในมงคลสมัยที่จะทรงเจริญพระชนมายุ 100 พรรษา ในวันที่ 26 มิถุนายน 2570 และยังทรงห่วงใยการดูแลสุขภาพประชาชน จึงโปรดให้มูลนิธิสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ จัดหาที่ดินติดกับโรงพยาบาลจำนวน 7 ไร่ 34 ตารางวา มอบให้กรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ เพื่อใช้ในกิจการโรงพยาบาลและมอบเงินสนับสนุนกิจการโรงพยาบาลอีกจำนวน 45,000,000 บาท
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขได้สนองพระดำริ โดยจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ก่อสร้างอาคารบริการ จำนวน 2 หลัง ประกอบด้วย อาคารฉลองสตวัสส์ สำหรับตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ งบประมาณ 20,313,400 บาท และอาคารพิพรรธน์ศตพรรษ์ สำหรับฟื้นฟูสภาพ งบประมาณ 7,964,000 บาท เพื่อขยายการให้บริการ มุ่งเน้นให้บริการด้านการดูแลรักษาและส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงวัย เพื่อให้ประชาชนในอำเภอดำเนินสะดวกและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ในการยกระดับระบบบริการสุขภาพ ‘ใกล้บ้าน ใกล้ใจ’ ลดความแออัด และลดการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ













