กรุงเทพฯ, 4 กันยายน 2569 – กระทรวงแรงงาน เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพแก่แรงงานสร้างสรรค์ ครอบคลุมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี แอนิเมชัน และมิวสิกวิดีโอ มุ่งยกระดับสวัสดิภาพ พัฒนามาตรฐานวิชาชีพ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หวังดึงดูดการลงทุนและกองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทย

นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางยกระดับแรงงานสร้างสรรค์ ร่วมกับ นายกฤดิกร วงศ์สว่างพานิช และ นายสุรเกียรติ เทียนทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน
การประชุมครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากตัวแทนองค์กรและสมาคมวิชาชีพชั้นนำในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะและกำหนดทิศทางขับเคลื่อนร่วมกัน ได้แก่ นายชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, นางสาวมิณราญาพร สำนองคำ เลขานุการสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, นายวิรัตน์ เฮงคงดี กรรมการสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, นายชยานนท์ อุลิศ นายกสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมสตูดิโอไทย และ นายธนายุทธ ฐากูรอรรถยา กรรมการสมาคมนักแสดง (ประเทศไทย)
นางสาวบุณยกร เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศที่สร้างรายได้มหาศาล อย่างไรก็ตาม แรงงานในอุตสาหกรรมนี้ยังคงประสบปัญหาเรื่องความไม่แน่นอนของอาชีพ สวัสดิการ และมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันวางกรอบการดำเนินงานเร่งด่วนใน 4 มิติหลัก ดังนี้:
การพัฒนาหลักสูตรฝีมือแรงงานผ่าน One Platform: เร่งรวบรวมและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเพื่ออัปโหลดขึ้นระบบการเรียนรู้กลาง (One Platform) ให้แรงงานและผู้สนใจสามารถเข้าถึงการพัฒนาทักษะได้อย่างทั่วถึง
ระบบการรับรองและออกใบรับรองคุณวุฒิ (Certificate): วางระบบการเทียบโอนและสะสมชั่วโมงการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ เพื่อออกใบรับรองมาตรฐานกลางที่ได้รับการยอมรับ เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานร่วมกับกองถ่ายระดับโลก
ผลักดันศึกษาเรื่องการกำหนดชั่วโมงการทำงานและการจัดทำ “สัญญากลาง”: ผนึกกำลังระหว่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ (สสปท.) เพื่อศึกษาจัดทำมาตรฐานกลางเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงาน ความคุ้มครอง และความปลอดภัยส่วนบุคคล นำไปสู่การจัดทำ “สัญญากลาง” ของอุตสาหกรรมบันเทิง พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการเสนอกฎหมายคุ้มครองแรงงานสร้างสรรค์ในระยะยาว
การยกระดับความปลอดภัยในกองถ่ายทำตามมาตรฐานสากล: ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชนในการออกแบบหลักสูตรและเกณฑ์ความปลอดภัยเฉพาะทาง เช่น การทำงานในที่สูง การใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรหนักในกองถ่าย เพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ
การผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างสวัสดิภาพของแรงงานสร้างสรรค์ไทย ให้มีความมั่นคง มีทักษะทันสมัย และมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ทัดเทียมนานาชาติ ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากกองถ่ายทำต่างประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน






