รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำทีมปลัดกระทรวง​ยุติธรรม​ และคณะ ลงพื้นที่สงขลา ขับเคลื่อนงานยุติธรรม ติดตามภารกิจทุกมิติ

31 ส.ค. 2569 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในพื้นที่ โดยมี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ผู้แทนหน่วยงานส่วนกลางระดับกรม และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมระดับพื้นที่ เข้าร่วมลงพื้นที่ ณ เรือนจำกลางจังหวัดสงขลา

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ติดตามผลการดำเนินงานของเรือนจำกลางจังหวัดสงขลา พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน เพื่อกำกับติดตามการขับเคลื่อนภารกิจด้านการอำนวยความยุติธรรมและการพัฒนางานราชทัณฑ์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่

จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสงขลา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการคุมประพฤติ การฟื้นฟูและแก้ไขพฤติกรรมผู้กระทำผิด ตลอดจนรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรคในการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการดำเนินงานด้านกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กำชับในที่ประชุมให้ทุกหน่วยงานน้อมนำพระบรมราโชบายและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง และให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือประชาชนและเยียวยาผู้เสียหาย คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเสมอภาค สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม ส่วนในเรื่องของปัญหาอาชญากรรม ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 9 ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เร่งดำเนินการปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยีซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล อาชญากรรมเหล่านี้ถือเป็นภัยแทรกซ้อนสำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อการก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และความปลอดภัยของสังคม ขอฝากให้ทุกเรือนจำ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด และเครือข่ายอาสาสมัครต่าง ๆ ร่วมกันแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้สามารถกลับคืนสู่สังคม โดยดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข กำชับการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานทุกหน่วย กรณีเฝ้าระวังบุคคลพ้นโทษ เพื่อป้องกันมิให้เป็นอันตรายแก่ประชาชน ชุมชน และสังคม นอกจากนี้ กรณีเกิดเหตุสำคัญหรือน่าสนใจในความรับผิดชอบของหน่วย ให้หัวหน้าหน่วยในระดับพื้นที่ หรือ ผู้บริหาร รายงานให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็ว จนถึงระดับรัฐมนตรี และให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับสื่อและประชาชนโดยเร็ว