28 สิงหาคม 69 – กรมประมงสนองพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมจัด “โครงการสร้างปะการังเทียม ทะเลสะอาด เพื่อทรัพยากรประมงยั่งยืน” ในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมการส่งมอบปะการังเทียมสำหรับเป็นแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ พร้อมฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ด้วยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 202,216 ตัว และเก็บขยะบริเวณชายหาด ณ บริเวณท่าเทียบเรือปากเมง ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเลของไทย โดยทรงห่วงใยต่อปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและปริมาณสัตว์น้ำที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ อาทิ การท่องเที่ยว การทำประมงเกินขนาด และการทิ้งขยะอย่างไม่ถูกวิธี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ วิถีชีวิตและความมั่นคงทางอาหารของชุมชน กรมประมง ในฐานะหน่วยงานสนองพระดำริฯ ได้มอบหมายให้กองวิจัยและพัฒนาประมงทะเลจัดทำ “โครงการสร้างปะการังเทียม ทะเลสะอาด เพื่อทรัพยากรประมงยั่งยืน” ขึ้น เพื่อน้อมนำแนวพระดำริสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งฟื้นฟูทรัพยากรและแหล่งทำการประมงให้กับชุมชน ด้วยการจัดสร้างและส่งมอบแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล หรือ “ปะการังเทียม” ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนประมง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการลดปริมาณขยะบริเวณชายหาดและในทะเล เพื่อปลูกจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และผลักดันการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างสมดุลและยั่งยืน

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิด โดยภายในงานมี นายอำนวย คงพรหม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม ประมงจังหวัดตรัง และคณะผู้บริหาร ร่วมส่งมอบปะการังเทียมให้กับผู้แทนชุมชนประมงพื้นบ้านบ้านหัวหิน ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เพื่อฟื้นฟูแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 202, 216 ตัว ประกอบด้วย ปลิงทะเลขาว 19 ตัว แม่พันธุ์ปูขาว 199 ตัว ปลากะพงขาว 1,999 ตัว และกุ้งกุลาดำ 199,999 ตัว เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำและคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศในพื้นที่ การจัดแสดงนิทรรศการ อาทิ ผลการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ สัตว์ทะเลหายาก การจัดสร้างปะการังเทียมในจังหวัดตรัง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ปลาการ์ตูน ปลิงขาว กุ้งก้ามกราม) และขยะทะเล เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ นอกจากนี้ ยังมีการส่งมอบอุปกรณ์เก็บขยะให้กับพี่น้องชาวประมงและเยาวชน สำหรับร่วมกิจกรรมเก็บขยะในทะเลและบริเวณชายหาด เพื่อลดปริมาณขยะที่อาจไหลลงสู่ทะเลพร้อมปรับปรุงทัศนียภาพให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กรมประมงได้สนองพระดำริด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดสร้างปะการังเทียม (Artificial Reef) ซึ่งเป็นการจำลองสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับกองหินใต้น้ำหรือแนวปะการังตามธรรมชาติ ด้วยวัสดุแท่งคอนกรีต ขนาด 1.5×1.5×1.5 เมตร ที่มีความแข็งแรงทนทาน ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทะเล และออกแบบสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ โดยนำไปจัดวางเป็นกลุ่มตามแนวชายฝั่งที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับแหล่งทำการประมงบริเวณชายฝั่ง โดยในปี 2569 กองวิจัยและพัฒนาประมงทะเลได้ดำเนินการจัดสร้างปะการังเทียม จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดตรัง ด้วยวัสดุแท่งคอนกรีตขนาด 1.5×1.5×1.5 เมตร รวมจำนวน 908 แท่ง พร้อมทั้งสานต่อโครงการขยะคืนฝั่งทะเลสวยด้วยมือเรา ซึ่งบูรณาการทำงานร่วมกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยและชาวประมงทั่วประเทศ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมในทะเลและบริเวณชายฝั่งให้สะอาดด้วยการจัดการขยะอย่างเหมาะสม โดยมีศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (PIPO) จำนวน 30 ศูนย์ เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบและบันทึกปริมาณขยะที่ชาวประมงเก็บคืนสู่ฝั่ง จนปัจจุบันมีเครือข่ายชาวประมงเข้าร่วมโครงการจำนวน 4,865 ราย สามารถเก็บขยะทะเลคืนสู่ฝั่งได้มากถึง 541,740 กิโลกรัม (ข้อมูลสะสมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 – มิถุนายน 2569)

อธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า…“โครงการสร้างปะการังเทียม ทะเลสะอาด เพื่อทรัพยากรประมงยั่งยืน” นับเป็นหนึ่งในโครงการของกรมประมงที่สนองพระดำริฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนเครือข่ายพี่น้องชาวประมง สร้างกลไกการมีส่วนร่วมที่เข้มแข็งในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลของไทย ตามแนวคิด “Fisheries Connect for Sustainability” เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ความมั่งคั่งทางด้านเศรษฐกิจ และความยั่งยืนให้กับการทำประมงทะเลของประเทศไทยสืบไป










