วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำกับการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานผิดกฎหมาย บูรณาการร่วมกับกรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานในพื้นที่ ลงตรวจสอบสถานประกอบการ 2 แห่ง ในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
การตรวจสอบครั้งนี้นำโดยนายเสกสิทธิ์ สวรรยาธิปัติ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานผิดกฎหมาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบการจ้างงาน การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
จุดแรก เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริษัท จินเป่า นิว เอ็นเนอร์จี้ จำกัด ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 2 ราย ไม่มีเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงาน จึงแจ้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้ และดำเนินการตามกฎหมาย
จุดที่สอง เข้าตรวจสอบบริษัท ติ่งไห้ อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) จำกัด ประกอบกิจการรีไซเคิล ตั้งอยู่ตำบลหนองกี่ อำเภอกบินทร์บุรี พบคนต่างด้าวสัญชาติจีน 2 ราย และสัญชาติเมียนมา 1 ราย มีพฤติการณ์ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับ นอกจากนี้ ยังพบชาวจีนอีก 1 ราย กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต จากการลักลอบนำเข้าบุหรี่ที่มิได้เสียภาษี รวมพบผู้กระทำผิดในจุดดังกล่าว 4 ราย
ระหว่างการเข้าตรวจสอบ มีผู้กระทำผิดพยายามหลบหนีการจับกุม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังและเพิ่มกำลังในการติดตามควบคุมตัว ท่ามกลางข้อจำกัดของพื้นที่ภายในโรงงาน ก่อนจะสามารถควบคุมตัวผู้กระทำผิดบางส่วนไว้ได้ และนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
นอกจากนี้ การตรวจสอบด้านการคุ้มครองแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน เบื้องต้นพบประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ได้แก่ การจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ การไม่จัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ทะเบียนลูกจ้าง และเอกสารการจ่ายค่าจ้าง รวมถึงการไม่จัดวันหยุดตามประเพณี ส่วนด้านความปลอดภัย พบประเด็นเกี่ยวกับการฝึกอบรมผู้ขับรถยก การฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบสถานประกอบการทั้ง 2 แห่ง พบผู้กระทำผิดรวม 6 ราย แบ่งเป็นสัญชาติเมียนมา 3 ราย และสัญชาติจีน 3 ราย โดยเป็นความผิดเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าว 5 ราย และความผิดตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต 1 ราย เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว













