กรมทรัพย์สินทางปัญญา รับรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2569 ชูผลงานพลิกโฉมบริการสู่ดิจิทัล ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ พร้อมเดินหน้ามาตรการต้านทุจริตเชิงรุก

​กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้รับการคัดเลือกจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้ได้รับรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2569 ในประเภท “หน่วยงานระดับกรม” ตอกย้ำประสิทธิภาพการให้บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา มอบหมายให้ นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นผู้แทนกรมฯ เข้ารับรางวัลดังกล่าวจากศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ อาคาร 15 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

​นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า รางวัลสำเภา-นาวาทองที่กรมฯ ได้รับ สะท้อนความสำเร็จในการยกระดับบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และลดต้นทุนให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ส่งผลให้ผู้ใช้บริการ DIP e-Service เติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 523% จากปี 2566 ที่มีผู้ใช้บริการ 22,280 ราย เพิ่มขึ้นเป็น 138,890 รายในช่วงกลางปี 2569 ซึ่งกรมฯ ได้มีการพัฒนาระบบบริการสำคัญใน 3 มิติ ดังนี้

​มิติที่ 1 ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา กรมฯ ได้ปรับปรุงกระบวนการทำงานและนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว อาทิ บริการ Fast Track เร่งรัดการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับนวัตกรรมและผลงานที่มีความจำเป็นและตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้า ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการยื่นจดทะเบียนมากที่สุด กรมฯ จึงเปิดช่องทางพิเศษสำหรับ SME และธุรกิจออนไลน์ โดยจะทราบผลการพิจารณาภายในเวลา 3–4 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอเร็วกว่าช่องทางปกติที่ใช้เวลาประมาณ 10 เดือน รวมทั้งการต่ออายุเครื่องหมายการค้าที่สะดวกรวดเร็วภายใน 30 นาที นอกจากนี้ กรมฯ ได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานผ่านระบบต่างๆ เช่น AI Image Search และ Trademark Checker เพื่อช่วยสืบค้นและเปรียบเทียบข้อมูลจากฐานข้อมูลจำนวนมาก ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีระบบจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการให้บริการทั้งจากศูนย์ DIP One และระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความต้องการและรูปแบบการใช้บริการของประชาชน และนำไปปรับปรุงรูปแบบการให้บริการและการบริหารจัดการอัตรากำลังให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

​มิติที่ 2 ด้านการพัฒนาองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัล กรมฯ มุ่งยกระดับบริการออนไลน์อย่างครบวงจร ผ่านระบบ DIP e-Service ที่มีการปรับปรุงระบบยืนยันตัวตนให้สะดวกรวดเร็ว จากเดิมที่ต้องยื่นเอกสารตัวจริงมาเป็นการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ระบบชำระเงินผ่านบริการ e-Payment พร้อมรับใบเสร็จผ่านระบบคลังกลางได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง และบริการให้คำปรึกษาออนไลน์โดยผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) ที่ประชาชนสามารถจองคิวเข้ารับคำปรึกษาผ่านระบบ Zoom ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นต้น เพื่อลดภาระการเดินทางและลดการติดต่อเผชิญหน้า (Zero Contact)

มิติที่ 3 ด้านความโปร่งใสและธรรมาภิบาล กรมฯ ได้นำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการทำงานและลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ พร้อมส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐสู่สาธารณะ เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล นอกจากนี้ ยังปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้โปร่งใส ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงด้านทุจริต โดยประเมินโอกาสและผลกระทบใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการอนุมัติอนุญาต ด้านการใช้อำนาจตามกฎหมาย และด้านการจัดซื้อจัดจ้างพร้อมดำเนินมาตรการป้องกันและต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ (Zero Corruption) ทั้งนโยบาย No Gift Policy งดรับ-งดให้ของขวัญทุกเทศกาล และจัดให้มีช่องทางรับแจ้งข้อมูลการทุจริตที่ส่งถึงอธิบดีโดยตรง โดยคำนึงถึงการรักษาความลับและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

​นางอรมน กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนางานบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา คือการทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการที่สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายในยุคปัจจุบัน โดยในระยะต่อไป กรมทรัพย์สินทางปัญญามีแผนที่จะพัฒนาและขยายขีดความสามารถของ AI ในการตรวจสอบคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาครบทุกมิติ ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานสากล ตลอดจนเชื่อมโยงฐานข้อมูลเชิงลึก (Big Data) ร่วมกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

​ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอขอบคุณหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่พิจารณาคัดเลือกและมอบรางวัลอันทรงคุณค่าแก่กรมฯ รวมถึงหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มแข็ง ตลอดจนประชาชนผู้ใช้บริการที่ให้ความเชื่อมั่นในระบบบริการของกรมฯ โดยกรมฯ ยินดีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการ เพื่อนำมาพัฒนางานบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง