
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรมกำหนดจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “สี • สรรค์ • ไทย: COLORS OF THAI THAI” ระหว่างวันที่ 2 – 6 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 7 – 8 เมืองทองธานี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยมุ่งนำเสนอคุณค่าและความหลากหลายของวัฒนธรรมไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปิดพื้นที่ให้ศิลปิน ผู้ประกอบการ ชุมชน และเครือข่ายวัฒนธรรมจากทั่วประเทศได้นำเสนอผลงานและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสร้างโอกาสและรายได้ พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สี • สรรค์ • ไทย : สัมผัสสีสัน สร้างสรรค์วัฒนธรรมไทย” ถ่ายทอดมุมมองของวัฒนธรรมไทยที่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ หากแต่เป็น “วัฒนธรรมที่มีชีวิต” ที่อยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งพระมหากรุณาธิคุณ อาหาร ดนตรี และการแสดง งานหัตถศิลป์ ภูมิปัญญา ตลอดจนประเพณี เทศกาล และความเชื่อ ซึ่งล้วนสะท้อนอัตลักษณ์และความผูกพันของผู้คนกับชุมชนและถิ่นเกิด และสามารถนำมาต่อยอด สร้างสรรค์ และสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นในปัจจุบันได้
นางสาวซาบีดา กล่าวต่อว่า “สี • สรรค์ • ไทย” เปรียบเสมือนการพาผู้ชมออกเดินทางผ่านวิถีชีวิตไทย จากต้นธารแห่งแรงบันดาลใจ สู่เรื่องราวที่สัมผัสได้ ชิมได้ ชมได้ และลงมือทำได้ โดยทั้ง 5 โซนภายในงานจะร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเดียวกัน
โดยเริ่มต้นการเดินทางที่ “สีสันแห่งแรงบันดาลใจ” ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณ ของสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ภายในโซนจะนำเสนอผลงานและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระกรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผ่านการดำเนินงานของ 3 หน่วยงานภาคี ได้แก่ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กรมหม่อนไหม และกองทุนกำลังใจในพระดำริฯ กระทรวงยุติธรรม พร้อมทั้งมีการจำหน่ายหนังสือจากกรมศิลปากร และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
จากแรงบันดาลใจ สู่ “สีสันแห่งรสชาติไทย” เพราะอาหารคือเรื่องราวของผู้คน แผ่นดิน และความทรงจำ โดยนำเสนอเรื่องราวจาก “ข้าว” สู่ “อาหารรสชาติ…ที่หายไป (The Lost Taste)” ชวนทุกคนค้นหารสชาติ องค์ความรู้ และความทรงจำที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมชิมและช้อปกับร้านอาหารกว่า 60 ร้าน รวมถึงฟรีเวิร์กชอปทำอาหาร และขนมไทย
เมื่อเดินทางต่อจากรสชาติ สู่ “สีสันแห่งศิลปะการแสดงไทย” ที่รวบรวมศิลปะการแสดงจากทั่วประเทศ ทั้งลิเก หมอลำ ลูกทุ่ง หนังใหญ่ โขน โนรา ดนตรี การแสดงร่วมสมัย และคอนเสิร์ตศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ ลิเกศรรามน้ำเพชร FINO THE RANAD คอนเสิร์ตวงดนตรีลูกทุ่งโรงเรียนมัธยมเทศบาลนคร 6 อุดรธานีพร้อมศิลปินรับเชิญ อ้น ภานุวัฒน์ คอนเสิร์ตหมอลำไอดอล ไรอัลกาจบัณฑิต ปาล์มมี่ North-Otto และ ลาเต้ – คิม (ค่ายดูมันดิ) ไมยราพ (Maiyarap) แม็กซ์ เจนมานะ URBOYTJ สะท้อนความหลากหลายของการแสดงศิลปวัฒนธรรม พร้อมเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ชม” สู่ “ผู้ลงมือสืบสาน”ได้แก่ การตอกหนังใหญ่ การร้อยลูกปัดโนรา การทำเครื่องประดับศีรษะล้านนา การทำพวงกุญแจเครื่องดนตรีอีสาน การแกะสลักรูปหนังตะลุง และการเขียนสีหัวโขน
จากเสียงและการแสดง สู่ “สองมือช่าง” ในโซนสีสันแห่งภูมิปัญญาและหัตถศิลป์ไทย เปิดประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสและเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยจากผู้สืบทอดโดยตรง ผ่าน Living Wisdom Showcase พร้อมร่วมลงมือทำจริงในเวิร์กชอปด้านภูมิปัญญาและหัตถศิลป์หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การทอผ้าฝ้ายเข็นมือย้อมสีธรรมชาติการปรุงยาดมสมุนไพรไทย การทำพวงกุญแจดอกแก้วจากผักตบชวา การเขียนเครื่องเบญจรงค์ การระบายสีผ้าบาติก การทำพวงกุญแจจากงานจักสานไม้ไผ่ การทำน้ำปรุงไทย และการทำเครื่องประดับเบญจกลาย พร้อมเลือกชมเลือกซื้อผ้าไทย งานหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจากทั่วประเทศกว่า 100 ร้านค้า
เดินทางสู่ปลายทาง คือ “สีสันแห่งมรดกไทย ศรัทธา และวิถีประเพณี” ที่จะพาทุกคนสัมผัสมรดก ทางวัฒนธรรม ประเพณี เทศกาล ผ่าน Immersive Cultural Experience ขนาดใหญ่ ใน Concept “Form The Rain To The Moon: จากขวัญข้าวสู่ท้องฟ้าแห่งคืนเพ็ญ” ร่วมสร้างสรรค์โดยสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (Thai Animation and Computer Graphic Association (TACGA)) นิทรรศการรูปแบบ Interactive Smart Museum และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 360 องศา พร้อมกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ลงมือทำและเรียนรู้ด้วยตนเอง ตั้งแต่หน้ากากผีตาโขน โพน ธงตะขาบ เทียนพรรษา พวงมโหตร ไปจนถึงโคมล้านนา สะท้อนความเชื่อและประเพณีที่ยังคงมีชีวิต และเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับชุมชนและถิ่นเกิดผ่านโซน 10 สุดยอดเที่ยวชุมชนยลวิถี
นางสาวซาบีดา กล่าวต่อไปว่า ทั้งหมดนี้จึงเป็นเส้นทางเดียวกันของ “จากพระมหากรุณาธิคุณ สู่สำรับอาหาร จากเสียงการแสดงสู่สองมือช่าง และจากศรัทธาสู่ประเพณี” ทั้ง 5 โซนจึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงหากแต่เป็นการเดินทางผ่านวิถีชีวิตไทย ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน เพราะความเป็นไทยไม่ได้มีเพียงสีเดียว หากประกอบด้วยสีสันนับพันจากผู้คน ชุมชน รสชาติ เสียงเพลง งานศิลป์ ภูมิปัญญา ความเชื่อ และประเพณี เมื่อรวมทุกสีสัน จึงเกิดเป็นภาพเดียวกัน “สี • สรรค์ • ไทย” และเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ได้เพียงอนุรักษ์แต่พร้อมที่จะสืบสาน ต่อยอด สร้างสรรค์ และส่งต่อ เพื่อให้ความเป็นไทยยังคงมีชีวิตและงดงามต่อไป
ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้รับความร่วมมือจากบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ในการสนับสนุนส่วนลดค่าเดินทาง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมงานในการเดินทางมาร่วมงานและสัมผัสกิจกรรมทางวัฒนธรรมภายในงานอีกด้วย

นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งหวังให้ “สี • สรรค์ • ไทย: COLORS OF THAI THAI” เป็นเวทีนำเสนอคุณค่าและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของชาติ เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน ผู้ประกอบการ ชุมชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรมจากทั่วประเทศ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ สินค้า และบริการทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ ตลอดจนเป็นกลไกในการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
“ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาร่วมเปิดประสบการณ์ ‘สีสันแห่งวัฒนธรรมไทยทุกภูมิภาค’ มาร่วม ‘กิน เที่ยว ชม ลอง และเรียนรู้’ สัมผัสความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยได้ภายในงานเดียว พบกันระหว่างวันที่ 2 – 6 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 7 – 8 เมืองทองธานี” นางสาวซาบีดา กล่าวทิ้งท้าย

