กรมส่งเสริมการเกษตรเดินหน้าขยายเครือข่ายพืชพันธุ์ดี ยกระดับสู่ “ศูนย์พันธุ์พืชชุมชน” สร้างระบบพืชพันธุ์ดี หนุนความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้าง “ระบบเครือข่ายการผลิต ขยาย และกระจายพืชพันธุ์ดี” เชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ส่วนกลางสู่ระดับพื้นที่ มุ่งยกระดับเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตและขยายพืชพันธุ์ดี ให้พัฒนาไปสู่ “ศูนย์พันธุ์พืชชุมชน” ที่สามารถพึ่งพาตนเอง ผลิตและกระจายพันธุ์พืชคุณภาพได้ในพื้นที่ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภาคการเกษตรในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และความผันผวนของตลาด การมีระบบพืชพันธุ์ดีที่เข้าถึงได้ในพื้นที่จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความมั่นคงให้กับภาคการเกษตร การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการผลิตและขยายพืชพันธุ์ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับความมั่นคงด้านอาหาร” ระหว่างวันที่ 23–25 สิงหาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายผู้ผลิตและขยายพืชพันธุ์ดีในระดับพื้นที่

กรมส่งเสริมการเกษตรได้ปรับแนวทางการดำเนินงาน จากเดิมที่เน้นการผลิตโดยหน่วยงานภาครัฐ ไปสู่การ “สร้างระบบ” ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรและเครือข่ายในพื้นที่เข้ามามีบทบาทเป็นกลไกหลักในการผลิต ขยาย และกระจายพืชพันธุ์ดี โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐาน และการเชื่อมโยงเครือข่าย การขับเคลื่อนดังกล่าวยึด 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1. Bottom-up – พื้นที่นำ ความต้องการเกษตรกรเป็นตัวตั้ง วางแผนการผลิตและขยายพันธุ์พืชให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ 2. Network-driven – ใช้พลังเครือข่ายขับเคลื่อน ต่อยอดจากเครือข่ายเกษตรกรที่มีอยู่ ให้เกิดการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ใช้พันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับประเทศ 3. Standardization – พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานพันธุ์พืช ยกระดับกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงพืชพันธุ์ดีที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับพื้นที่ 4. Farmer Field School – เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ใช้กระบวนการเรียนรู้ในแปลงจริง ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีระหว่างเกษตรกร เพื่อสร้างผู้ผลิตพันธุ์พืชที่มีความรู้และสามารถพึ่งพาตนเองได้ การขับเคลื่อนทั้ง 4 แนวทางจะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจาก “เครือข่ายเกษตรกร” สู่ “ศูนย์พันธุ์พืชชุมชน” ซึ่งไม่ใช่เพียงจุดผลิตพันธุ์พืช แต่เป็นกลไกของชุมชนในการบริหารจัดการพันธุ์พืช ตั้งแต่การผลิต การควบคุมคุณภาพ การกระจายพันธุ์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่

ปัจจุบันมีเครือข่ายผลิตและขยายพืชพันธุ์ดีแล้ว 77 จุด ใน 61 จังหวัด แบ่งเป็น ปี 2567 จำนวน 12 จุด ปี 2568 จำนวน 34 จุด และปี 2569 จำนวน 31 จุด พร้อมตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก 40 จุด ในปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้เกิดเครือข่ายที่ครอบคลุมและสามารถตอบสนองความต้องการพืชพันธุ์ดีของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น

ภายในงานยังมีการอภิปรายในหัวข้อ “Best Practice การสร้างและพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตและขยายพืชพันธุ์ดีในระดับพื้นที่” โดยมีเครือข่ายต้นแบบและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ได้แก่ แปลงใหญ่ถั่วเขียวบ้านเขาเขต จังหวัดพิจิตร แปลงใหญ่มันสำปะหลัง อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ แปลงใหญ่กล้วยหิน ตำบลละแอ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา และนายอดิศักดิ์ เทพาศิริ เกษตรอำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของการดำเนินงานไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนเครือข่ายเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้เกิด “ระบบพืชพันธุ์ดีที่เกษตรกรเข้าถึงได้ และชุมชนบริหารจัดการได้” เกษตรกรสามารถผลิตและกระจายพันธุ์พืชคุณภาพได้ด้วยตนเอง ลดการพึ่งพาจากภายนอก ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคง ขณะเดียวกันยังเป็นการวางรากฐานระบบการผลิตภาคการเกษตรให้มีความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน