กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม ยกระดับสมุนไพรและตำรับยาไทย สู่มาตรฐานระดับสากล พร้อมสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อต่อยอดเชิงเศรษฐกิจ ผสานองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทย เข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย โดยใช้ “นาโนเทคโนโลยี” เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพสารสกัดสมุนไพร นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตของเศรษฐกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่ เวทีกลาง งานมหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ ฮอลล์ 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับสมุนไพรไทย สู่ยาแผนไทยที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ และบุคลากรจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ความร่วมมือดังกล่าว มีเป้าหมายสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกสมุนไพรและตำรับยาที่มีศักยภาพ นำมาศึกษาวิจัยเพื่อยืนยันผลลัพธ์ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งประยุกต์ ใช้ นาโนเทคโนโลยี เข้ามาช่วยแก้ข้อจำกัดของสารสกัดสมุนไพร เช่น การเพิ่มความคงตัว การละลาย และการดูดซึม ตลอดจนพัฒนาระบบนำส่งสารออกฤทธิ์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีผลการรักษาที่ชัดเจน พร้อมนำไปใช้งานจริงในสถานพยาบาล
ความร่วมมือในครั้งนี้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพและส่งเสริมภูมิปัญญาไทยให้เป็น Soft Power ทางเศรษฐกิจ การนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ จะช่วยพิสูจน์และยืนยันประสิทธิผลของยาแผนไทยด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ สร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ให้บริการสุขภาพและผู้บริโภค ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ด้าน ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค สวทช.) เปิดเผยว่า ทางนาโนเทคจะนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์วิเคราะห์สารพฤกษเคมี การศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพ และเทคโนโลยี ระบบนำส่งสารสำคัญ มายกระดับสารสกัดสมุนไพรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านความคงตัว การละลาย และ การดูดซึม เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบและฐานข้อมูลอ้างอิงทางวิชาการ ซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอด และ การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ในลำดับต่อไป
การลงนาม MOU ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรม ระดับสากล ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายผล สู่ระบบสาธารณสุขไทย พร้อมทั้งพัฒนากำลังคนด้านการวิจัยและสุขภาพของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป








