รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ติดตามการพัฒนาศักยภาพบริการของสถานบริการ จังหวัดกาญจนบุรี เผย “รพ.ห้วยกระเจาฯ” มีนวัตกรรมมะนาวลดความดัน ช่วยผู้ป่วยเข้าสู่ระยะโรคสงบถึง ร้อยละ 33 พร้อมบริการดิจิทัล ลดการรอคอย ลดความแออัด และส่งยาถึงบ้าน หมดปัญหาได้รับยาล่าช้า ส่วน “รพ.เลาขวัญ” จัดบริการตอบโจทย์สุขภาพประชาชนพร้อมช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจ โดยร่วมมือโรงพยาบาลขนาดใหญ่และเอกชน จัดคลินิกแพทย์เฉพาะทาง ช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้กว่า 1.29 ล้านบาท
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่ จ.กาญจนบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ดร.นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 นพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ สาธารณสุุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 5 นพ.ธีรพจน์ ฟักน้อย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี นพ.ศานติ์ ศานติวรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลห้วยกระเจาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา นพ.จักรพันธ์ จันทร์สว่าง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลาขวัญ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ให้การต้อนรับ
นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว มีคุณภาพ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งจากการตรวจเยี่ยมสถานบริการสาธารณสุขในจังหวัดกาญจนบุรี 2 แห่ง พบว่า มีการพัฒนาศักยภาพ ยกระดับการให้บริการตามนโยบายเป็นอย่างดี โดยโรงพยาบาลห้วยกระเจาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ได้จัดทำโครงการ “มะนาวลดความดัน” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ใช้แนวทาง Lifestyle Medicine สามารถทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะสงบของโรค (Remission) ได้ถึง ร้อยละ 33 ส่วนกลุ่มเสี่ยงสามารถควบคุมความดันได้ ร้อยละ 85 และยังมีการนำสมุนไพรในสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาใช้ในระบบบริการอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 แสนบาท จัดระบบบริการดิจิทัล AI Smart Care ที่มีทั้ง AI Chatbot AI ซักประวัติ และ AI Smart Appointment บริหารจัดการนัดหมายและจัดลำดับการเข้ารับบริการ ช่วยลดการรอคอย ลดความแออัด เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ พร้อมบริการ Health Rider ส่งยาถึงบ้าน ทำให้ไม่มีปัญหาผู้ป่วยได้รับยาล่าช้า นอกจากนี้ ยังจัดบริการเชิงรุก คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงด้วยวิธีส่องกล้อง Colonoscopy ร่วมกับภาคีเครือข่าย 11 แห่ง ช่วยค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเข้าสู่การรักษาอย่างรวดเร็ว ลดอัตราการเสียชีวิต และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
ขณะที่ โรงพยาบาลเลาขวัญ มีการจัดบริการ “คลินิกแพทย์เฉพาะทาง” โดยความร่วมมือกับโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และโรงพยาบาลวิชัยเวช หนองแขม ซึ่งคลินิกจักษุ คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ และคลินิกจิตเวช สามารถช่วยประชาชนลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวเมืองได้ถึง 1,294,000 บาท ถือเป็นการจัดบริการที่ทั้งตอบโจทย์สุขภาพของประชาชนและช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาระบบ Smart OPD เพื่อลดความแออัดและระยะเวลารอคอย ตลอดจนสร้างอาคารผู้ป่วยนอก 5 ชั้น รองรับการขยายศักยภาพและจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งก่อสร้างอาคารพักเจ้าหน้าที่ 7 ชั้น 96 ยูนิต ทดแทนที่พักเดิมที่มีอายุมากกว่า 42 ปี ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีให้บุคลากร สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน

















