รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชื่นชมศักยภาพความเป็นเลิศด้านจักษุวิทยา หนุนโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กรมการแพทย์ ขับเคลื่อนนโยบาย 3 เสาหลัก ทั้งนวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะ ใช้ AI ดูแลรักษาผู้ป่วย เศรษฐกิจสุขภาพสร้างรายได้ ยกระดับสู่การเป็น Medical Hub ด้านสายตาในระดับสากล และการบริการเป็นเลิศ เผย สาขาสุขุมวิทสร้างรายได้กว่า 152.7 ล้านบาท พร้อมเตรียมขยายบริการย้ายมายังอาคารศูนย์การแพทย์บางรัก เขตสาทร เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการให้ประชาชนเขตเมืองทั้งคนไทยและต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมศูนย์โรคตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) สาขาสุขุมวิท โดยมี คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นพ.พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) พญ.อินท์สุดา แก้วกาญจน์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) พญ.พิริญา สุ่มสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการศูนย์โรคตาฯ สาขาสุขุมวิท คณะผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ให้การต้อนรับ
นายพัฒนา กล่าวว่า ปัจจุบัน โรคตายังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ความต้องการบริการด้านจักษุวิทยายิ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ในฐานะศูนย์ความเป็นเลิศด้านจักษุวิทยา มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย 7 เสาหลักสาธารณสุขไทย ใน 3 เสาหลัก ได้แก่ นวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะ ผ่านงานวิจัย การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ และการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย, เศรษฐกิจสุขภาพสร้างรายได้ ผ่านการผลิตและพัฒนาบุคลากรเฉพาะทาง การฝึกอบรมด้านจักษุวิทยาและการยกระดับศักยภาพบริการเพื่อสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ด้านจักษุวิทยา และการบริการเป็นเลิศ มุ่งสู่โรงพยาบาลสีเขียว ผ่านการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศ หรือ Excellence Center ด้านจักษุวิทยา ควบคู่กับการยกระดับบริการจักษุเฉพาะทางสู่ระดับพรีเมียมและมาตรฐานสากล
“ศูนย์โรคตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) สาขาสุขุมวิท เป็นศูนย์บริการเฉพาะทางที่มีศักยภาพ สามารถให้บริการทั้ง Premium Medical Clinic และ Special Medical Clinic ช่วยให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐานระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริการสุขภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทย สู่การเป็น Medical Hub ต่อไป” นายพัฒนากล่าว
ด้าน นพ.พงษ์ศักดิ์ กล่าวเสริมว่า โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ยังมีศูนย์ฟื้นสมรรถภาพทางการเห็น ที่ให้บริการฟื้นฟูทางการเห็นอย่างครบวงจรแห่งเดียวของกระทรวงสาธารณสุข มีผู้รับบริการฟื้นฟูสะสมกว่า 2,400 ราย และมีเครือข่ายเครื่องช่วยสายตาครอบคลุม 15 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลนครปฐม จัดตั้งธนาคารเยื่อหุ้มรกแบบครบวงจร ในปี 2568 ตลอดจนดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบการจำแนกประเภทความพิการทางสายตาระดับนานาชาติ เพื่อประเมินนักกีฬาตาบอดตามมาตรฐานสากล มีบุคลากรรุ่นแรก ที่ผ่านเกณฑ์สหพันธ์กีฬาคนตาบอดนานาชาติ (IBSA) แล้ว 15 คน ได้แก่ จักษุแพทย์ 4 คนและนักทัศนมาตร 11 คน โดยในปี 2570 มีแผนขยายความร่วมมือจัดตั้งธนาคารเยื่อหุ้มรกแบบครบวงจรให้ครอบคลุมทั้ง 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 5 ยกระดับธนาคารกระจกตา มีการจัดเก็บและจัดสรรเนื้อเยื่อกระจกตาอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการเข้าถึง ลดเวลารอคอยของผู้ป่วยไทย/รองรับผู้ป่วยต่างชาติ และเป็นศูนย์กลางเลสิก ใช้เทคโนโลยีแก้ไขสายตาที่แม่นยำสูงและไร้แผล ตรวจรักษา พักฟื้น ครบวงจรเบ็ดเสร็จในจุดเดียว รองรับตลาดทั้งในประเทศและตลาดโลก

สำหรับศูนย์โรคตาฯ สาขาสุขุมวิท ได้นำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านจักษุของโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) มาขยายบริการในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ในรูปแบบคลินิกพิเศษ (PMC) และคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาราชการ (SMC) เชื่อมโยงการดูแลและส่งต่อกับโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) อย่างเป็นระบบ ตลอดจนบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการมองเห็น และบริการตาปลอม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและครบวงจร ปี 2568 มีผู้รับบริการสูงถึง 42,085 ราย สร้างรายรับกว่า 152.7 ล้านบาท โดยมีแผนเพิ่มศักยภาพบริการเฉพาะทาง ได้แก่ ศูนย์เลสิกและแก้ไขสายตา ศูนย์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก การผ่าตัดโรคจอตาและวุ้นตา รวมถึงบริการตรวจวัดสายตาและแว่นตาโดยนักทัศนมาตร ควบคู่กับการขยายพื้นที่และศักยภาพการให้บริการโดยจะย้ายจากสาขาสุขุมวิทมายังอาคารศูนย์การแพทย์บางรัก เขตสาทร เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการให้ประชาชนเขตเมืองทั้งคนไทยและต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ โดยวางแผนก่อสร้างและปรับปรุงอาคารช่วงมกราคม และเตรียฃมการย้ายหลังจากการปรับปรุงคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณช่วงกลางปี 2570













