เกษตรฯ ชู “แปลงใหญ่มังคุดตำบลเกาะขันธ์” ต้นแบบยกระดับสินค้าเกษตร ใช้นวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าด้วยการแปรรูป

นครศรีธรรมราช – กลุ่มแปลงใหญ่มังคุดตำบลเกาะขันธ์ (ชะอวดพูนผล) อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินหน้ายกระดับการผลิตมังคุดคุณภาพ ภายใต้การบริหารจัดการผลผลิตอย่างเป็นระบบบนพื้นที่กว่า 620 ไร่ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการคัดแยกผลผลิตตามคุณภาพและการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม หวังยกระดับรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรในพื้นที่

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ขับเคลื่อนงาตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพผลไม้ไทย โดยการพัฒนาคุณภาพผลผลิตควบคู่กับการส่งเสริมมาตรฐานการผลิต ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร มีเป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้ผลไม้ไทยแข่งขันได้ด้วยคุณภาพและมาตรฐาน เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด ขณะที่ผู้บริโภคได้รับผลไม้ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงในอนาคต เช่นเดียวกับมังคุดซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีศักยภาพทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการส่งเสริมการผลิตที่มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพในพื้นที่ปลูกซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ประกอบกับขณะนี้เป็นช่วงที่ผลไม้ภาคใต้ให้ผลผลิตออกสู่ตลาด โดยเฉพาะมังคุดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หนึ่งในแหล่งปลูกที่สำคัญของประเทศ

“กลุ่มแปลงใหญ่มังคุดตำบลเกาะขันธ์ (ชะอวดพูนผล) อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในกลุ่มเกษตรกรต้นแบบที่รวมพลังบริหารจัดการการผลิตมังคุดอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิดการผลิตมังคุดคุณภาพตามความต้องการของตลาด โดยมีพื้นที่ปลูกมังคุดรวมกว่า 620 ไร่ มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผลผลิต การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูป เพื่อยกระดับรายได้ของสมาชิกในกลุ่มอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ทางกลุ่มยังมีระบบการรับซื้อและจำหน่ายผลผลิตในรูปแบบการประมูลราคามังคุด ซึ่งช่วยให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรม สะท้อนคุณภาพของผลผลิตอย่างแท้จริง โดยมีการคัดแยกมังคุดการ ซึ่งการคัดแยกผลผลิตอย่างละเอียด ทำให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ตรงตามความต้องการของตลาด ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก ส่งผลให้มังคุดคุณภาพได้รับราคาสูง และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อ” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

ทั้งนี้ ด้านผลผลิตกลุ่มแปลงใหญ่มังคุดตำบลเกาะขันธ์ (ชะอวดพูนผล) มีปริมาณผลผลิตแตกต่างกันในแต่ละปีตามสภาพอากาศและช่วงการให้ผลของมังคุด โดยในปี 2569 ตั้งแต่เดือนมกราคม กลุ่มมีผลผลิตรวมประมาณ 150 ตัน ซึ่งเป็นผลผลิต มังคุดนอกฤดูกาล ที่สามารถจำหน่ายได้ในช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง ด้านราคาผลผลิต พบว่าราคามังคุดมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างผลผลิตในฤดูกาลและนอกฤดูกาล โดยในช่วงฤดูกาล ราคาสูงสุดอยู่ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ราคาต่ำสุด 12 บาทต่อกิโลกรัม และมีราคาเฉลี่ยประมาณ 24 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ผลผลิตนอกฤดูกาลในช่วงต้นปี 2569 สามารถจำหน่ายได้ในราคาเฉลี่ยถึง 92 บาทต่อกิโลกรัม และมังคุด เบอร์ 1 มีราคาสูงสุดถึง 120 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการผลิตมังคุดนอกฤดูกาลที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และนอกจากการจำหน่ายผลผลิตสดแล้ว ทางกลุ่มยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรผ่านการแปรรูป โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลาย ได้แก่ คราฟต์มังคุด ไวน์มังคุด และเยลลี่มังคุด ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา เพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกในชุมชนอีกด้วย

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของกลุ่มเกิดจากการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรมาใช้ในการบริหารจัดการสวนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การใช้โดรนเพื่อฉีดพ่นสารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ช่วยลดระยะเวลาการทำงาน ลดต้นทุนแรงงาน และเพิ่มความปลอดภัยแก่เกษตรกร รวมทั้งการติดตั้ง เซนเซอร์ตรวจวัดความชื้นในดินและสภาพอากาศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนให้น้ำและดูแลต้นมังคุดได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ต้นมังคุดมีความสมบูรณ์ ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง นับเป็นตัวอย่างการทำเกษตรที่ดีภายใต้การบริหารจัดการที่เป็นระบบ