“พัฒนา” เผย เขตสุขภาพที่ 6 ร่วมขับเคลื่อน Net Zero MOPH รพ. 40 แห่ง เข้าโครงการรับรองคาร์บอนเครดิต ภายใน ต.ค. นี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ขับเคลื่อนนโยบาย Net Zero MOPH เป้าหมาย รพ. 100 แห่ง ได้รับรองคาร์บอนเครดิต (T-VER) ภายในปี 2569 คาดสร้างคาร์บอนเครดิตประมาณ 2,881 เครดิตต่อปี เผย รพ.ในเขตสุขภาพที่ 6 พร้อมเข้า T-VER 40 แห่ง ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยมี รพ.บางบ่อ เป็นต้นแบบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโซลาร์เซลล์ และใช้ระบบ LANCET MED ZERO ติดตามการปล่อยคาร์บอนจากการใช้ยาและเวชภัณฑ์แบบเรียลไทม์ สร้างคาร์บอนเครดิตได้ 267 tCO2eq ต่อปี

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมนครเขื่อนขันธ์ โรงพยาบาลบางจาก จังหวัดสมุทรปราการ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ขับเคลื่อนองค์กรคาร์บอนต่ำตามนโยบาย Net Zero MOPH พร้อมด้วยนายอาทิตย์ หมีทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยมี นายแพทย์ประภาส ผูกดวง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และผู้บริหาร บุคลากรกระทรวงสาธารณสุขร่วมต้อนรับ โดยนายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งเดินหน้านโยบาย Net Zero MOPH ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน ร้อยละ 25 ภายในปี 2573 ร้อยละ 50 ภายในปี 2578 และเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 โดยการส่งเสริมให้โรงพยาบาลและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศมีการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะโรงพยาบาลซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง ได้ตั้งเป้าให้ได้รับรองคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) จำนวน 100 แห่ง ภายในปี 2569 คาดว่าจะสร้างคาร์บอนเครดิตได้ประมาณ 2,881 เครดิตต่อปี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่โรงพยาบาลอีกด้วย

“เฉพาะเขตสุขภาพที่ 6 ประกอบด้วย จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรปราการ และสระแก้ว มีโรงพยาบาล 40 แห่ง ที่พร้อมดำเนินการภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยมีต้นแบบคือ โรงพยาบาลบางบ่อ ซึ่งขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER แล้ว สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการใช้พลังงานสะอาดจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ สร้างคาร์บอนเครดิตรวมได้ 267 tCO2eq ต่อปี และยังนำระบบ LANCET MED ZERO มาใช้ติดตามการปล่อยคาร์บอนจากการใช้ยาและเวชภัณฑ์แบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความแม่นยำในการบริหารเวชภัณฑ์ ป้องกันเวชภัณฑ์หมดอายุ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อคาดการความต้องการล่วงหน้าได้” นายพัฒนากล่าว

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับฟังผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลบางจาก ซึ่งมุ่งสู่การเป็นโรงพยาบาลทั่วไปของจังหวัดสมุทรปราการ ผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การปรับเปลี่ยนทัศนคติการให้บริการ การพัฒนาภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยา เช่น สวนสุขภาพ “ทัศนาภิรมย์” การเพิ่มบริการเฉพาะทาง เช่น แผนกจักษุวิทยาและรังสีวิทยา เพิ่มศักยภาพการบริการเพื่อลดการส่งต่อ เช่น บริการ ICU เปิดศูนย์รับบริจาคโลหิตและอวัยวะ และการพัฒนาเป็น SMART Hospital เต็มระบบ พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดการขยะรีไซเคิล การให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ การคัดกรองสุขภาพประชาชน การดำเนินงานวิสาหกิจชุมชน และ อสม.ดีเด่น ณ วัดจากแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ