สธ.กำชับพื้นที่เหนือ – อีสาน เตรียมพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข รับมือฝนตกหนักช่วงกลาง ส.ค. – ก.ย.นี้

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย กลางสิงหาคม – กันยายนนี้ คาดฝนตกหนักภาคเหนือ – อีสาน กำชับเตรียมพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งแผนอพยพผู้ป่วย สำรองยาและเวชภัณฑ์ ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน/ส่งต่อ เฝ้าระวังผลกระทบหลังเกิดเหตุ ดูแลกลุ่มเปราะบาง และให้บริการต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ในเขตสุขภาพที่ 1 และ 8 มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ขณะที่จังหวัดตามแนวแม่น้ำโขงให้ติดตามระดับน้ำใกล้ชิด

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม กับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารส่วนกลาง และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1, 2, 8 และ 10 ว่า ช่วงกลางเดือนสิงหาคม – กันยายนนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงมีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ตามข้อเน้นย้ำของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ประกอบด้วย 1) โรงพยาบาลและหน่วยบริการ จัดทำแผนอพยพผู้ป่วย ระบบไฟฟ้า น้ำ ออกซิเจน ยาและเวชภัณฑ์ 2) จัดระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินและระบบส่งต่อไม่ให้สะดุด มีเส้นทางสำรอง ทีมเคลื่อนที่ และโรงพยาบาลปลายทางพร้อมรับ 3) เฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพ โรคติดต่อ สุขาภิบาลอาหารและน้ำ สุขอนามัย และสุขภาพจิตหลังเกิดเหตุ 4) ดูแลกลุ่มเปราะบาง และ 5) ติดตามสถานะการให้บริการต่อเนื่องเพื่อประสานแก้ไขได้ทันท่วงที

นายแพทย์วีรวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับผลกระทบด้านสาธารณสุขช่วงวันที่ 1-11 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 และ 8 โดยมีน้ำท่วมที่พะเยา เพชรบูรณ์ พิษณุโลก, น้ำป่า-น้ำล้นตลิ่งพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะน่าน ภาพรวมมีผู้เสียชีวิตสะสม 4 ราย ที่จังหวัดน่าน 2 ราย และสกลนคร 2 ราย ผู้บาดเจ็บสะสม 4 ราย หน่วยบริการที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็น รพ.สต. แต่ยังคงเปิดให้บริการได้ ส่วนโรงพยาบาลหลักยังไม่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้สถานกาณ์เข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่องในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน น้ำเริ่มลดระดับ, อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากซ้ำจากฝนสะสม ขณะที่จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้แก่ นครพนม หนองคาย บึงกาฬ ให้ติดตามระดับน้ำใกล้ชิด ดูแลทางเข้าโรงพยาบาล ระบบระบายน้ำ และไฟฟ้าสำรอง เตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร กระสอบทราย และการแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางที่กำหนด และเตรียมแผนเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางก่อนน้ำล้นในพื้นที่ต่ำ