สปส. เปิดเวทีรับฟังร่างกฎหมายกองทุนเงินทดแทน 5 ภาคทั่วประเทศ มุ่งยกระดับสิทธิประโยชน์ ขยายความคุ้มครองลูกจ้างทุกกลุ่ม

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน เดินหน้าปรับปรุงพระราชบัญญัติเงินทดแทน เพื่อให้สอดรับกับบริบทการจ้างงานในปัจจุบัน โดยเตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่…) พ.ศ. …. ครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ และ ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน 2569 และมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านระบบกฎหมายกลาง (www.law.go.th) และเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th) ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม – 15 กันยายน 2569 เพื่อรวบรวมความคิดเห็นนำไปประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายต่อไป

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกจ้าง นายจ้าง ผู้เกี่ยวข้อง และประชาชน ได้ร่วมเสนอความคิดเห็นต่อการปรับปรุงกฎหมายเงินทดแทน ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญในการคุ้มครองลูกจ้างที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการทำงาน โดยกำหนดจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นใน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี วันที่ 4 สิงหาคม 2569 จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 7 สิงหาคม 2569 จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 14 สิงหาคม 2569 จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันที่ 20 สิงหาคม 2569 และกรุงเทพมหานคร วันที่ 9 กันยายน 2569

สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทนฉบับใหม่ มุ่งยกระดับการคุ้มครองลูกจ้างให้ครอบคลุมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น โดยขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างทำงานบ้านให้ได้รับสิทธิจากกองทุนเงินทดแทนเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป พร้อมปรับถ้อยคำจาก “สามีหรือภริยา” เป็น “คู่สมรส” เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม

นอกจากนี้ ยังขยายสิทธิของบุตร โดยยกเลิกข้อจำกัดด้านอายุ การศึกษา และความทุพพลภาพ พร้อมกำหนดให้ครอบคลุมทั้งบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย บุตรตามความเป็นจริง และบุตรบุญธรรม รวมถึงเปิดโอกาสให้ลูกจ้างสามารถทำหนังสือระบุผู้รับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ตามความประสงค์ เพื่อลดข้อพิพาทในการรับสิทธิ และปรับปรุงหลักเกณฑ์สิทธิของคู่สมรสให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน

ในด้านการบริหารกองทุน ร่างกฎหมายยังเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนสามารถพิจารณาจำหน่ายหนี้สูญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุน พร้อมปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร อาทิ การจัดตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตรวจสอบ การเพิ่มผู้แทนนายจ้างและลูกจ้างในคณะกรรมการการแพทย์ การกำหนดอำนาจคณะกรรมการตรวจสอบกองทุนในการเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการปรับปรุงกระบวนการอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายยังได้กำหนดบทเฉพาะกาลรองรับการบังคับใช้ โดยให้นายจ้างที่มีลูกจ้างอยู่ก่อนวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ต้องยื่นขึ้นทะเบียนลูกจ้างที่ยังไม่มีข้อมูลในระบบของสำนักงานประกันสังคมภายใน 90 วัน รวมทั้งกำหนดให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 ได้รับค่าทดแทนตลอดชีวิต

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้การปรับปรุงกฎหมายสะท้อนปัญหาและความต้องการของผู้เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง นำไปสู่กฎหมายที่มีความทันสมัย เป็นธรรม และสามารถยกระดับการคุ้มครองลูกจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของกองทุนเงินทดแทน เพื่อรองรับการดูแลผู้ใช้แรงงานไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต