นางสาวกาญจนา พูลแก้ว ชี้แจงกรณีมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความแตกต่างของตัวเลขงบประมาณการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการประกันสังคม หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่า การชี้แจงต่อศาลปกครองระบุว่า การกำหนดให้ผู้มีสิทธิลงทะเบียนล่วงหน้าจะใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท ขณะที่เอกสารขอจัดสรรงบประมาณทั้งโครงการระบุวงเงิน 275 ล้านบาท
สำนักงานประกันสังคม แจ้งให้ทราบว่า ตัวเลขประมาณ 30 ล้านบาทเป็นเพียงการคำนวณค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเฉพาะการจัดตั้งหน่วยเลือกตั้ง โดยอ้างอิงข้อมูลผู้ลงทะเบียน ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านอื่น รวมทั้งยังไม่ได้นับรวมจำนวนผู้ลงทะเบียนที่เพิ่มขึ้นในช่วง 5 วันสุดท้าย
ส่วนงบประมาณ 275 ล้านบาทนั้น เป็นงบประมาณสำหรับการดำเนินโครงการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ อาทิ ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ค่าตอบแทนบุคลากร การประชุม ฝึกอบรม วัสดุอุปกรณ์ การประชาสัมพันธ์ การจัดสถานที่เลือกตั้ง และการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง โดยจัดทำบนสมมติฐานว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 50% ของผู้มีสิทธิทั้งหมด
เลขาธิการ ยืนยันว่า ความแตกต่างของตัวเลขเกิดจากการคำนวณคนละฐาน โดยตัวเลขที่รายงานต่อศาลมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการจัดหน่วยเลือกตั้งระหว่างกรณีให้ผู้มีสิทธิลงทะเบียนล่วงหน้า กับกรณีต้องรองรับผู้ประกันตนทั้งหมดกว่า 12 ล้านคนเท่านั้น ไม่ใช่งบประมาณรวมของโครงการ
ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะจัดทำรายละเอียดงบประมาณให้สอดคล้องกับจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจริง และดำเนินการเบิกจ่ายตามแผนที่ได้รับอนุมัติ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตนและนายจ้างผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง

