ประกันสังคมยืนยัน 3 กลุ่มโรคยังได้รับสิทธิรักษาต่อเนื่องนำเข้าสู่ระบบบริการปกติ เพื่อยกระดับสิทธิการรักษาพยาบาล

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวยืนยันว่า จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการนำ 3 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคมะเร็งเต้านม ก้อนเนื้อที่มดลูกและ/หรือรังไข่ และโรคนิ่วในไตหรือถุงน้ำดี เข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลตามปกติของสำนักงานประกันสังคมนั้น ขอชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวมิใช่การยกเลิกสิทธิประโยชน์หรือการลดสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตนแต่อย่างใด

การนำ 3 กลุ่มโรคเข้าสู่ระบบบริการปกติ เป็นผลจากความสำเร็จของโครงการนำร่องที่สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลการประเมินพบว่าผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ และมีความพึงพอใจต่อการให้บริการในระดับสูง จึงเห็นสมควรบรรจุการรักษาดังกล่าวเป็นบริการตามระบบปกติ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยด้วยทั้ง 3 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคมะเร็งเต้านม ก้อนเนื้อที่มดลูกและ/หรือรังไข่ และโรคนิ่วในไตหรือถุงน้ำดี สามารถเข้าสู่ระบบการให้บริการของสำนักงานประกันสังคม การผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ (One Day Surgery : ODS) ในสถานพยาบาลที่มีศักยภาพ จำนวน 221 แห่ง รวมถึงยกระดับการรักษาโรคมะเร็งตามโครงการ SSO Cancer Care  ซึ่งมีสถานพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็งที่เข้าร่วมให้บริการผู้ประกันตนจำนวน 104 แห่ง เพื่อพัฒนาระบบบริการให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และตอบสนองความต้องการของผู้ประกันตนได้ดียิ่งขึ้น

สำนักงานประกันสังคมยังคงประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการรักษาผู้ประกันตนที่ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยสนับสนุนให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่มีศักยภาพตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยมีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจจำนวน 54 แห่ง และโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 21 แห่ง เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดความพิการ และลดภาวะแทรกซ้อนจากโรค

สำนักงานประกันสังคมขอยืนยันว่า การพัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลทุกมาตรการ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพบริการ เพิ่มการเข้าถึงการรักษาที่มีมาตรฐาน และสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพแก่ผู้ประกันตน โดยสิทธิการรักษาของผู้ประกันตนในทั้ง 3 กลุ่มโรคยังคงได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม