
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมป่าไม้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการปราบปรามการบุกรุกพื้นที่สาธารณะและทรัพยากรของรัฐอย่างเด็ดขาด ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการทวงคืนพื้นที่ของรัฐและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยการเอกซ์เรย์พื้นที่ที่เป็นชายหาดสาธารณะที่มีกลุ่มทุนเข้ามาครอบครองอย่างผิดกฎหมาย และนำกลับคืนให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ทั้งนี้ นายสุชาติ ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิวโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ว่าพบกลุ่มทุนรายใหญ่ลักลอบบุกรุกครอบครองที่ดินป่าไม้บนเกาะสมุยเพื่อเปิดสถานประกอบการท่องเที่ยว จึงสั่งการด่วนที่สุดให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและจับกุมอย่างเด็ดขาดทันที โดยเมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายอุดมศักดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยาสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) พร้อมด้วย นายวิวัฒน์ หนูอินทร์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สฎ.16 (เกาะสมุย), เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี), เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้สุราษฎร์ธานี 3, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่อำเภอเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ่อผุด รวมกำลังในการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการ “โอเวอร์แลปสโตน 2” (Overlap Stone 2) ซึ่งตั้งอยู่ท้องที่บ้านตีนทา หมู่ที่ 3 ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าวตามค่าพิกัดดาวเทียมพบว่าสถานประกอบการแห่งนี้มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในเขตป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 เป็นเนื้อที่รวม 4-3-35 ไร่ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งสิ้น 33 รายการ พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สฎ.16 (เกาะสมุย) ทั้งนี้จะดำเนินการนำเรื่องราวและรวบรวมพยานหลักฐานไปลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ่อผุดและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป
นายสุชาติ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมป่าไม้ ประสานการทำงานร่วมกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งสรุปสำนวน และดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างตรงไปตรงมาเพื่อหาผู้กระทำผิดมารับโทษ ตามกฏหมายต่อไป “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะไม่ยินยอมให้ผู้ใดแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรของรัฐโดยมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพล นักลงทุน หรือกลุ่มทุนใด หากตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ของรัฐ จะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ” นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้าย





