กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญา และหาแนวทางป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุม Basil ชั้น 3 โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญา และหาแนวทางป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม (ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา และจำเลยในคดีอาญา ที่เป็นผู้บริสุทธิ์) โดยมี นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธาน และมี นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด ที่ปรึกษา รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพร เตชะไกศิยวณิช หัวหน้าโครงการวิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธนากร มูลพงศ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทองใหญ่ อัยยะวรากูล โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งสิ้นกว่า 931 คน

ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี นับตั้งแต่มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) รัฐได้ให้ความช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม (ผู้เสียหายและจำเลยผู้บริสุทธิ์)
แบ่งเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา จำนวน 145,613 ราย เป็นเงิน 7,618,957,376.31 บาท และจำเลยในคดีอาญา จำนวน 2,815 ราย เป็นเงิน 641,303,138.25 บาท รวมผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา จำนวนทั้งสิ้น 148,428 ราย รวมเป็นเงินกว่า 8,260 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเพียงแหล่งเดียว ขณะที่ผู้ขอรับความช่วยเหลือมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ด้วยเหตุนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ ในการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญาขึ้น เพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนหมุนเวียนเหมือนในต่างประเทศ ที่สามารถระดมเงินจากแหล่งอื่นเข้ามาสมทบในการช่วยเหลือเหยื่อ อาทิ เงินบริจาค การไล่เบี้ยจากผู้กระทำผิด ค่าปรับผิดสัญญาจากศาล ตลอดจน ศึกษามาตรการและแนวทางป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม (ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา และจำเลย ในคดีอาญา ที่เป็นผู้บริสุทธิ์) ให้การช่วยเหลือเหยื่อ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น