กรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้าปฏิบัติตามข้อสั่งการของ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุและฝนตกหนักในช่วงฤดูฝนปี 2569 โดยกำชับหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งตรวจสอบอาคาร สิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณา และต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อาจได้รับผลกระทบจากลมกระโชกแรง ตลอดจนเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมและป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง
นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะกระเบื้องมุงหลังคาและส่วนประกอบต่าง ๆ ที่อาจหลุดปลิวได้ รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณา หรือไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่อการล้มหรือหักโค่นในช่วงที่เกิดพายุ พร้อมทั้งขอให้ประชาชนแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที หากพบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในสภาพไม่มั่นคง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า ทางหน่วยงานได้กำชับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดทั่วประเทศ เข้มงวดการตรวจสอบอาคารชั่วคราว สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่โล่งแจ้ง รวมถึงการก่อสร้างหรือดัดแปลงป้ายโฆษณา ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด โดยป้ายโฆษณาทุกแห่งต้องได้รับการออกแบบ คำนวณ และรับรองความมั่นคงแข็งแรงโดยวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม และหากเป็นป้ายที่มีความสูงตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป จะต้องผ่านการตรวจสอบงานออกแบบและการคำนวณโครงสร้างโดยวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธา ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชน
นอกจากนี้ หากตรวจพบว่ามีการก่อสร้างหรือดัดแปลงป้ายโฆษณาโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่สั่งระงับการก่อสร้างหรือดัดแปลง สั่งห้ามใช้งาน สั่งให้แก้ไขหรือยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง และหากไม่สามารถแก้ไขได้หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จะมีคำสั่งให้รื้อถอน พร้อมดำเนินคดีอาญากับผู้ฝ่าฝืนตามกฎหมาย
สำหรับป้ายโฆษณาที่ได้รับอนุญาตแล้ว แต่มีสภาพเก่าหรือชำรุดจนเป็นอันตราย เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งให้เจ้าของดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการสามารถสั่งรื้อถอนได้ทันที เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ส่วนป้ายโฆษณาที่ติดตั้งบนพื้นดินที่มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป รวมถึงป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้าอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งเข้าข่ายเป็นอาคารที่ต้องได้รับการตรวจสอบ เจ้าของป้ายจะต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการควบคุมอาคารเข้าตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างและระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมส่งรายงานผลการตรวจสอบให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาออกใบรับรองตามกฎหมาย
ทั้งนี้ หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว จะมีโทษตามมาตรา 65 ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ฝ่าฝืนอย่างเคร่งครัด
นายพงษ์นรา กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายใต้แนวคิด “ป้องกันดีกว่าเยียวยา” โดยมุ่งเน้นมาตรการเชิงรุก ทั้งการเฝ้าระวัง ตรวจสอบความมั่นคงของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนสร้างการรับรู้ให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์พายุและสภาพอากาศแปรปรวนได้อย่างถูกต้อง เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล เครื่องมือ และแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ พร้อมย้ำว่าทุกหน่วยงานต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะการตรวจสอบอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่อาจได้รับผลกระทบจากลมกระโชกแรง











