ปทุมธานี (18 ก.ค. 2569) — คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ร่วมกับศูนย์ศึกษามอญปทุมธานี วัดบางหลวง และภาคีเครือข่าย เปิดตัวโครงการ “นวัตกรรมการสื่อสารเพื่อการสืบสานศาสนา และวัฒนธรรมในยุคดิจิทัล Smart Space for PALI&MON” ณ ศูนย์ศึกษามอญปทุมฯ วัดบางหลวง จังหวัดปทุมธานี

โดยมี ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ ประธานสถาบันอนุสรีรวมใจให้กัน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยบุคคลสำคัญและภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ พระครูศรีวัชรปัทมคุณ เจ้าอาวาสวัดบางหลวง (ผู้ให้สถานที่วัดบางหลวงเป็นศูนย์ศึกษามอญปทุมฯ), ผศ.ดร.หฤทัย ปัญญาวุธตระกูล คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มสธ., รศ.ดร.กมลรัตน์ อินทรทัศน์ ที่ปรึกษาโครงการ, อจ.ประพัฒน์ กองศรี ปราชญ์มอญ, นางสาวสุกาญญา ดีสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลบางหลวง, นายสุเทพ สนใจ นายกเทศมนตรีตำบลบางเดื่อ และนางรษิกา ชาญณรงค์ แรงงานจังหวัดปทุมธานี รวมถึงผู้แทนจากวัฒนธรรมจังหวัด, ชุมชนมอญ, องค์การบริหารส่วนตำบล, โรงเรียน และสมาคมผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทร์บรมราชชนนี

เปลี่ยน “อดีตที่ถูกลืม” ให้มีชีวิตด้วยนวัตกรรมดิจิทัล
โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือบูรณาการของคณาจารย์และนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มสธ. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม มุ่งนำนวัตกรรมการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ภาษาบาลี ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชุมชนมอญ ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย น่าสนใจ และเกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา
ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ ประธานสถาบันอนุสรีรวมใจให้กัน กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการว่า “วัฒนธรรมที่ไม่มีการสืบทอด” ก็ไม่ต่างจาก “อดีตที่ถูกลืม” โครงการ SPACE PALI & MON จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำนวัตกรรมสื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีมาเสริมคุณค่าวัฒนธรรมเดิม เพื่อชุบชีวิตทั้งอาหารมอญ ผ้าแต่งกาย ภาษาบาลี และธงตะขาบ ให้คนรุ่นใหม่เข้าใจง่ายขึ้น สามารถสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นพื้นที่กิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นปู่ย่ากับคนรุ่นใหม่
”การใช้ AI จะเข้ามาช่วยทำให้ภาษาบาลีเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ส่วนในแง่ของอาหารและเครื่องแต่งกาย เช่น สไบมอญ หรือธงตะขาบ จะมีการนำ AI มาช่วยในการออกแบบดีไซน์ร่วมสมัย โดยที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมของความเป็นมอญไว้อย่างครบถ้วน” ดร.อนุสรี ฯกล่าว
การดึง AI ขับเคลื่อนวัฒนธรรม
ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “AI กับภาษาบาลี และวัฒนธรรมมอญ” ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคีเครือข่ายในการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับทุนทางวัฒนธรรม
นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาคนมอญ ซึ่งมีการนำระบบ AI มาช่วยจัดเก็บและรวบรวมข้อมูล เพื่อประสิทธิภาพในการสื่อสารและส่งต่อองค์ความรู้ไปยังประชาชนและเยาวชนรุ่นหลังมุ่งสู่ “พิมพ์เขียว” การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับประเทศ
โครงการนี้ไม่เพียงแต่วางเป้าหมายให้ศูนย์ศึกษามอญปทุมฯ วัดบางหลวง เป็นแค่จุดเช็กอินท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดปทุมธานีเท่านั้น แต่ตั้งเป้าให้เป็น “พิมพ์เขียว (Blueprint)” ของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่สมบูรณ์แบบ ระหว่าง วัด ชุมชน สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายสังคม เพื่อให้ชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศสามารถนำโมเดลนี้ไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมท้องถิ่นตนเอง จนเกิดเป็นทริปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สร้างรายได้และสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง






