
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ณ ฝายแม่ลาว ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย โดยมี นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้แทนกรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมรับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำแม่ลาวเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค รวมถึงความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบัน จ.เชียงราย ประสบปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะแม่น้ำกกซึ่งเป็นแม่น้ำข้ามพรมแดนจากประเทศเมียนมา และเป็นแหล่งน้ำดิบหลักในการผลิตน้ำประปาของ กปภ.สาขาเชียงราย ซึ่งผลการตรวจล่าสุดพบการปนเปื้อนของสารโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูที่มีค่าเกินมาตรฐาน แม้ระบบการผลิตน้ำประปาของ กปภ. จะมีกระบวนการควบคุมที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย แต่ยังสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบจากสารตกค้าง
รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาระยะยาว โดย กปภ. เตรียมย้ายแหล่งผลิตน้ำดิบไปยังแม่น้ำลาว ซึ่งคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้เห็นชอบโครงการแล้ว และจะเริ่มก่อสร้างสถานีผลิตน้ำแม่ลาวแห่งใหม่ในปี 2570 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572 เพื่อขยายเขตการบริการน้ำประปาให้ครอบคลุมพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย อ.เวียงชัย และ อ.แม่ลาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความสะอาด ปลอดภัย และเสริมความมั่นคงระบบประปา รองรับการขยายตัวของจังหวัดเชียงรายในอนาคต

นอกจากนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภคไม่ให้เกิดปัญหาในระยะยาว จึงได้มอบหมายให้ กปภ. เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างขยายระบบประปาอย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำบริเวณฝายแม่ลาว ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเน้นย้ำการจัดสรรน้ำให้สมดุลและเพียงพอ ทั้งในภาคการเกษตรที่เป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่ และภาคการอุปโภคบริโภค รวมถึงการเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณน้ำดิบที่จะส่งต่อไปยังสถานีผลิตน้ำประปาแห่งใหม่ ในส่วนการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์คุณภาพน้ำในแม่น้ำลาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนใช้น้ำที่สะอาดและปลอดภัย
“พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้จังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดความกังวล ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ และแนวทางการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยจากสารโลหะหนักอย่างยั่งยืน โดยมี สทนช. บูรณาการกำกับดูแลและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในภาพรวมทั้งหมดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสำเร็จลุล่วงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม” รองนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำในตอนท้าย














