สธ.แจง อสพ.ไม่ซ้ำซ้อนวิชาชีพ แต่เป็นส่วนเสริมการทำงานด้านสาธารณสุขในชุมชน เผย กำลังเร่งบรรจุพยาบาลเป็น ขรก.ใหม่อีก 4,252 อัตรา ภายในกันยายนนี้

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย้ำจ้าง อสพ. 7,256 อัตรา เพื่อเป็นกำลังเสริมทีมสุขภาพ ดูแล 4 กลุ่มในชุมชนให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่ได้มาแทนพยาบาลวิชาชีพ คัดเลือกและประเมินผลอย่างมีคุณภาพและโปร่งใส นำมาเทียบจำนวน “พยาบาล” ที่ยังเป็นลูกจ้างชั่วคราวกว่า 7 พันอัตราไม่ได้ ล่าสุด กำลังเร่งรัดบรรจุข้าราชการใหม่ “พยาบาล” 4,252 อัตรา ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อรักษาบุคลากรไว้ในระบบภาครัฐ พร้อมหารือ ก.พ. ขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่อีก 8,642 อัตรา

วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การรับสมัครอบรมเพื่อจ้างเป็น “อาสาพยาบาลชุมชน” หรือ อสพ. จำนวน 7,256 อัตรา แต่พยาบาลวิชาชีพในกระทรวงสาธารณสุข ยังเป็นลูกจ้างชั่วคราวกว่า 7,000 คน ว่า อสพ.ไม่ใช่การสร้างวิชาชีพใหม่ และไม่ใช่การปฏิบัติทดแทนพยาบาลวิชาชีพ จึงนำมาเปรียบเทียบจำนวนการจ้างระหว่างกันไม่ได้ โดย อสพ.เป็นกำลังเสริมของทีมสุขภาพ สนับสนุนการปฏิบัติงานที่จำเป็นอย่างต่อเนื่องในการดูแลประชาชนในชุมชน เช่น การเยี่ยมบ้าน การสังเกตและติดตามอาการ การบันทึกข้อมูลสุขภาพตามแผนการดูแล การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การสนับสนุนให้ผู้ป่วยมาตามนัด และการใช้ยาตามคำสั่งผู้ประกอบวิชาชีพ รวมถึงประสานส่งต่อเมื่อพบสัญญาณอันตราย ภารกิจหลักการดูแลมี 4 กลุ่ม คือ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงและผู้มีภาวะพึ่งพิง, ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs), แม่และเด็ก และผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด เพื่อให้เกิดการดูแลในชุมชนอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ จะคัดเลือกจากผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทั่วไป อายุไม่เกิน 65 ปี อบรม 240 ชั่วโมง ปริญญาตรีด้านสุขภาพ อายุไม่เกิน 65 ปี อบรม 120 ชั่วโมง และวิชาชีพสุขภาพที่มีใบอนุญาต เช่น พยาบาล เวชกรรม หรือสาธารณสุขชุมชน อายุไม่เกิน 70 ปี อบรม 30 ชั่วโมง โดยมีคณะอนุกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ที่มีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมพิจารณาคุณสมบัติ และมีการประเมินผลทุกปี โดยผู้ที่มีผลการประเมินอยู่ใน 10% แรก จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น โอกาสศึกษาต่อในสาขาพยาบาล ส่วนผู้ที่ผลประเมินอยู่ในเกณฑ์ 10% ท้าย จะได้รับการเตือน เมื่อครบการจ้าง 2 ปี จะยุติการจ้าง จึงไม่ใช่ตำแหน่งที่ผูกติดกับบุคคลใด ถือว่ากระบวนการคัดเลือกและประเมินผลยึดหลักคุณภาพและความโปร่งใสเป็นสำคัญ

ด้าน นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาความขาดแคลนพยาบาลวิชาชีพในระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งถือเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่เรื้อรังมานาน ว่า ไม่ได้เกิดจากการผลิตพยาบาลที่ไม่เพียงพอ แต่ปัญหาหลักคือ “การไม่สามารถรักษาพยาบาลให้อยู่ในระบบภาครัฐได้” เนื่องจากภาระงานที่หนักเกินไปและค่าตอบแทนที่ไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ ซึ่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ผลักดันให้เร่งแก้ไขโดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาการพยาบาล และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำหนดแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบในหลายมิติ โดยมีความคืบหน้าของมาตรการระยะสั้น ดังนี้ 1) เร่งรัดการบรรจุเป็นข้าราชการในอัตราว่างเดิม ซึ่งเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งแผนบรรจุบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลวิชาชีพกว่า 5,842 อัตรา เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพและลดสัดส่วนพยาบาลที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว/รายวัน โดยเป็นการบรรจุพยาบาลวิชาชีพจำนวน 4,525 อัตรา ได้ให้หน่วยงานเร่งรัดการบรรจุให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานดำเนินการบรรจุไปแล้วกว่า 40% และ 2) ขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ จำนวน 8,642 อัตรา โดยหารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ. ซึ่งมีความคืบหน้าในทิศทางที่ดี โดยสำนักงาน ก.พ. ได้ขอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาของ คปร. เช่น ข้อมูลการกระจายอัตรากำลังพยาบาลวิชาชีพในเขตสุขภาพ สถิติการผลิตและสูญเสียพยาบาลในระยะ 5 ปี รวมถึงการปรับปรุงกำหนดตำแหน่งและการกำหนดระดับที่สูงขึ้นของสายงานพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งจะมีการติดตามความคืบหน้าและแจ้งให้ทราบเป็นระยะ ส่วนวิชาชีพอื่นๆ กระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งรัดการบรรจุทั้งในส่วนของสายงานคัดเลือกบรรจุและสายงานสอบแข่งขัน ล่าสุด มีการเรียกบรรจุผู้สอบแข่งขันได้ จำนวน 288 ราย เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา