สำนักงานประกันสังคม เดินหน้ายกระดับการให้บริการทางการแพทย์ ด้วยมาตรการสนับสนุนค่าบริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล ลดภาระค่าใช้จ่าย ในการเดินทางของผู้ประกันตน ลดความแออัดในสถานพยาบาล ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังและมีอาการคงที่ สามารถพบแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ พร้อมรับยาต่อเนื่องและบริการจัดส่งยาถึงบ้านได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมได้สนับสนุนค่าบริการทางการแพทย์แก่สถานพยาบาลที่กำหนดสิทธิให้บริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ที่เจ็บป่วยด้วย โรคเรื้อรัง กรณีผู้ป่วยนอก (OPD) โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายค่าบริการให้แก่สถานพยาบาลในอัตรา 65 บาทต่อครั้ง ระยะเวลา 3 เดือน ทั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะกรรมการการแพทย์ที่เห็นชอบให้เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์สำหรับดูแลผู้ประกันตนกลุ่มโรคเรื้อรัง เพื่อสนับสนุนการรักษาผ่านระบบ Telemedicine ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการติดตามอาการรับคำปรึกษาจากแพทย์ และรับยาต่อเนื่อง
ปัจจุบันมีสถานพยาบาลเข้าร่วมให้บริการ Telemedicine กับสำนักงานประกันสังคมแล้ว 118 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน เพื่อรองรับการเข้าถึงบริการของผู้ประกันตนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ลดระยะเวลาการเดินทาง และลดความแออัดในการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล สำหรับโรคเรื้อรังที่สามารถใช้บริการ Telemedicine ได้ มีจำนวน 26 โรค ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอักเสบเรื้อรังและโรคตับแข็ง โรคภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคถุงลมโป่งพอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคพาร์กินสัน โรคมายแอสทีเนีย โรคเบาจืด โรคมัลติเพิลสเคลอโรซิส โรคไขมันในเลือดสูง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคต้อหิน โรคไตเนฟโฟรติก โรคลูปัส โรคเลือดอะพลาสติก โรคทาลัสซีเมีย โรคฮีโมฟีเลีย โรคเรื้อนกวาง โรคผิวหนังพุพองเรื้อรัง โรคเลือดไอทีพี โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ และโรคจิต
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไขสามารถใช้บริการพบแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine และใช้บริการจัดส่งยาถึงบ้านได้ โดยสถานพยาบาลจะเป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการจากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง ผู้ประกันตนจึงไม่ต้องสำรองจ่าย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดการลางาน และสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมยังได้กำหนดมาตรฐานของสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ โดยต้องมีระบบ Telemedicine ที่เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข มีบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย ได้แก่ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด และผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาต่าง ๆ เป็นผู้ให้บริการ พร้อมมีระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย ระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ระบบบันทึกเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การรายงานผลการรักษา การแจ้งสิทธิของผู้ป่วย รวมถึงระบบกำกับติดตามคุณภาพการให้บริการ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการรักษาที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด
“มาตรการสนับสนุนค่าบริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสำนักงานประกันสังคมในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและเทคโนโลยีในปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง สามารถเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายและความจำเป็นในการเดินทาง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนอย่างรอบด้าน สำนักงานประกันสังคมจะยังคงพัฒนาสิทธิประโยชน์และบริการต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการดูแลที่สะดวก ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด” นางสาวกาญจนา กล่าวในตอนท้าย

