รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พร้อมมอบนโยบาย “Thailand Cancer Moonshot 2056” ประกาศเดินหน้าภารกิจ 30×30 ระดมทุกภาคส่วนลดเสียชีวิตจากโรคมะเร็งร้อยละ 30 ภายใน 30 ปี ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ ป้องกันให้มากที่สุด, รักษาให้เร็ว ทั่วถึง มาตรฐานเดียวกัน และสร้างศูนย์กลางข้อมูลองค์ความรู้ด้านโรคมะเร็งประเทศ ระยะเร่งด่วนเร่งเพิ่มเข้าถึงวัคซีน HPV คัดกรองมะเร็งปากมดลูก-มะเร็งลำไส้ใหญ่ ป้องกันรักษาไวรัสตับอักเสบบีและซี

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรุงเทพฯ โดยมี นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ ร.อ. นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เข้าร่วม พร้อมทั้งมอบนโยบาย “Thailand Cancer Moonshot 2056” โดยกล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 150,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตเกือบ 90,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยมากกว่า 240 คนต่อวัน ส่งผลกระทบต่อทั้งประชาชน ระบบสุขภาพ และเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก และหากไม่มีการดำเนินการ จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมสูงวัย ทั้งที่โรคมะเร็งหลายชนิดสามารถป้องกัน คัดกรอง หรือรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที รัฐบาลจึงให้การแก้ไขปัญหาโรคมะเร็งเป็นวาระระดับชาติ และกำหนดภารกิจ 30×30 เพื่อขับเคลื่อนการควบคุมโรคมะเร็งของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ โดยรวมทุกภาคส่วนให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน และลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลงอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายใน 30 ปี ผ่านการลงทุนด้านการป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา และการพัฒนาระบบบริการที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

นายพัฒนากล่าวต่อว่า นโยบาย Thailand Cancer Moonshot 2056 จะขับเคลื่อนผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 1) ป้องกันให้ได้มากที่สุด โดยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง เพิ่มการลงทุนด้านวัคซีน การคัดกรองและค้นหาโรคในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ซึ่งสามารถป้องกันและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระยะเร่งด่วนจะเพิ่มการเข้าถึงวัคซีน HPV การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การป้องกันและรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธีตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (FIT Test) และการพัฒนาศูนย์ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ให้ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ รวมถึงยกระดับศักยภาพระบบรังสีรักษาทั่วประเทศ เพื่อลดภาระจากโรคมะเร็ง 2) รักษาให้เร็วและทั่วถึง ให้ประชาชนทุกคน ทุกพื้นที่ ทุกสิทธิการรักษา เข้าถึงบริการรักษาที่มีมาตรฐานเดียวกัน โดยรัฐบาลจะผลักดันการลงทุนร่วมกับภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มเครื่องฉายรังสี เทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง และการเข้าถึงยานวัตกรรมทั่วประเทศ และ 3.สร้างศูนย์กลางข้อมูลและองค์ความรู้ด้านโรคมะเร็งของประเทศ โดยยกระดับสถาบันมะเร็งแห่งชาติให้เป็นหน่วยงานหลักด้านข้อมูล มาตรฐานระบบบริการ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การติดตามประเมินผล และพัฒนาระบบบริการโรคมะเร็งของประเทศบนพื้นฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียมทั่วประเทศ
“หลายประเทศสามารถลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้อย่างต่อเนื่อง เพราะลงทุนกับการป้องกัน การคัดกรอง และการรักษาที่มีคุณภาพ ซึ่งไทยก็มีระบบหลักประกันสุขภาพที่เข้มแข็ง บุคลากรมีศักยภาพ และมีสถาบันมะเร็งแห่งชาติเป็นแกนกลาง เบื้องต้นจากการวิเคราะห์ผลลัพธ์เชิงนโยบาย หากดำเนินการได้ตามเป้าหมายจะลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งสำคัญได้มากกว่า 58,000 ราย ภายใน 15 ปี เมื่อผนวกกับการพัฒนาระบบบริการและเพิ่มการเข้าถึงการรักษา จะนำไปสู่เป้าหมายลดการเสียชีวิตอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายใน 30 ปีได้ ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ โดยวัดความสำเร็จได้จากจำนวนชีวิตของคนไทยที่รักษาไว้ได้ เพราะทุกชีวิตมีคุณค่า ทุกครอบครัวควรมีโอกาสได้เห็นคนที่รักมีชีวิตยืนยาวอย่าง” นายพัฒนากล่าว









