กรมการแพทย์แผนไทยฯ บูรณาการ สสจ.-ฝ่ายปกครอง-ตำรวจ คุมเข้มแปลงปลูกกัญชาทั่วประเทศ เตรียมประชุมใหญ่ 8 ก.ค. ซักซ้อมมาตรการทั่วประเทศ

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผนึกกำลังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินหน้าจัดระเบียบการใช้กัญชาให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย พร้อมยกระดับการกำกับดูแลแปลงปลูกกัญชาทั่วประเทศ เน้น 3 มาตรการที่จะนำมาบังคับใช้ เช่น มาตรการลงพื้นที่ตรวจตราอย่างเข้มงวด การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต และนำระบบ MC-GIS มาใช้ตรวจสอบข้อมูลสถานประกอบการ พร้อมเตรียมจัดประชุมใหญ่ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมความพร้อมในการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันทั่วประเทศ

นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 นี้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จัดการประชุม ผ่านระบบ Zoom Meeting ชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการการควบคุมและกำกับดูแลแปลงปลูกกัญชาให้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ ควบคุมแปลงปลูกกัญชาทั่วประเทศ เน้นการกำกับดูแลให้ผู้ได้รับอนุญาตปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างแท้จริง บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สื่อสารให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เร่งประสานงานและบูรณาการการทำงานร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสนธิกำลังเข้าตรวจสอบและเพิ่มความเข้มงวดในพื้นที่

ด้าน นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ ได้กล่าวถึงรายละเอียด และมาตรการที่จะนำมาบังคับใช้ ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศสามารถนำไปประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ ดังนี้ 1. มาตรการตรวจตราอย่างเข้มงวด ลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงปลูกกัญชาที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้มั่นใจว่าปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง 2. พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนให้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สามารถใช้อำนาจสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้ทันทีหากตรวจพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไข 3. ยกระดับฐานข้อมูลด้วยระบบ MC-GIS นำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มาใช้ตรวจสอบข้อมูลสถานประกอบการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทั้ง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) กรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้เป็นฐานข้อมูลเดียวกันในการเข้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างแม่นยำ

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน การควบคุมกัญชาให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป