กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผนึกกำลังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยความร่วมมือ ของคณะแพทยศาสตร์และคณะเภสัชศาสตร์ และบริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับยาแผนไทยและสมุนไพรไทยอย่างครบวงจร เพื่อผลักดันสู่ระบบบริการสุขภาพ และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพิ่มการเข้าถึงของประชาชน สร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในเวทีโลก

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ เวทีกลาง Exhibition Hall 11–12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางสาวสิวินีย์ วัฒิธรรม ผู้อำนวยการบริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด ร่วมลงนาม บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยความร่วมมือ ของคณะแพทยศาสตร์และคณะเภสัชศาสตร์ และบริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด โดยมีคณะผู้บริหารและพยาน จากทั้ง 3 หน่วยงาน เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี

สำหรับเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ ประกอบด้วย ยกระดับมาตรฐาน พัฒนาการผลิตยาแผนไทยที่เป็นตำรับและยาปรุงเฉพาะรายจากสมุนไพรให้มีคุณภาพและมาตรฐานสูง พัฒนาระบบบริการ ปรับปรุงรูปแบบการบริการในสถานพยาบาลรองรับการใช้ยาสมุนไพร ผลักดันเชิงนโยบาย สนับสนุนการผลักดันยาสมุนไพรเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ ระบบสิทธิประโยชน์ และกลไกการเบิกจ่ายของภาครัฐ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจจากสมุนไพรไทย และส่งเสริมอุตสาหกรรมสมุนไพรของประเทศให้เติบโต

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการศักยภาพของภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับยาแผนไทยและสมุนไพรไทย ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในระบบสุขภาพได้อย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
กรมการแพทย์แผนไทยฯ จะทำหน้าที่เชื่อมโยงเชิงนโยบาย มาตรฐาน และระบบบริการสุขภาพ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาแนวทางการใช้ยา รูปแบบบริการ และการเชื่อมโยงเครือข่ายหน่วยบริการสุขภาพ เพื่อให้ยาแผนไทยและสมุนไพรไทยที่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับสามารถเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น

ขณะที่ ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงบทบาทในภาควิชาการว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพร้อมสนับสนุนการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ การพัฒนามาตรฐานตำรับยา และการพัฒนาบุคลากร เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้ยาแผนไทยและสมุนไพรในระบบสุขภาพ ตลอดจนสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการเพื่อรองรับการกำหนดนโยบายและการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน นางสาวสิวินีย์ วัฒิธรรม ผู้อำนวยการบริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด ตัวแทนภาคเอกชน ระบุว่า ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้และผลงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานในระดับสากล โดยบริษัทฯ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาและผลิตวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ในระดับอุตสาหกรรม และการขยายผลเชิงพาณิชย์ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สมุนไพรไทยสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ได้จริง ทั้งในระบบสุขภาพและภาคอุตสาหกรรม
ความร่วมมือระหว่างทั้ง 3 หน่วยงานในวันนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบาย งานวิจัย หลักฐานเชิงประจักษ์ และมาตรฐานการผลิตเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้ยาแผนไทยและสมุนไพรไทยได้รับการยอมรับ ในระดับสากลมากขึ้น เพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสมุนไพรไทย ให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป



