
พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. และ พญ.สุชาดา เจียมศิริ ผู้อำนวยการกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงนาม บันทึกข้อตกลงการดำเนินงาน (Agreement for Performance of Work: APW) ภายใต้โครงการ “การยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ด้วยชุดบริการ RRTTPR 2024–26 (STAR 4)” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนโลก (The Global Fund) เพื่อบูรณาการมาตรฐานด้านการลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ (Stigma and Discrimination: S&D) เข้าสู่กระบวนการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (Healthcare Accreditation: HA) อย่างเป็นระบบ พร้อมยกระดับคุณภาพบริการที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพ

พญ.ปิยวรรณ กล่าวว่า สรพ. และกองโรคเอดส์ฯ มีความร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่องในหลายมิติ โดยการลงนามครั้งนี้เป็นการทำงานบนเป้าหมายร่วมกัน เพื่อพัฒนาแนวทางที่ไม่เพิ่มภาระให้แก่โรงพยาบาล แต่ใช้ประโยชน์จากระบบมาตรฐาน HA ที่มีอยู่ให้เกิดคุณค่าสูงสุด พร้อมย้ำว่า ผลลัพธ์ปลายทางของการลดการตีตรา คือการดูแลผู้ป่วยโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human Dignity) และการดูแลแบบผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Person-Centered Care) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของมาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาล และสามารถขยายผลสู่การดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางทุกกลุ่มได้อย่างเป็นรูปธรรม โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเกณฑ์และแนวทางการประเมินด้านการลดการตีตราและเลือกปฏิบัติในมาตรฐาน HA ฉบับที่ 6 และต่อยอดสู่การพัฒนามาตรฐานในอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การนำร่องดำเนินงานในสถานพยาบาล 10 แห่ง การติดตามประเมินผล และจัดทำองค์ความรู้เพื่อขยายผลสู่ระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศ โดยมีระยะเวลาดำเนินงานจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569

ด้าน พญ.สุชาดา กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพบริการของสถานพยาบาล ผ่านการผลักดันประเด็นการลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติเข้าสู่มาตรฐาน HA ซึ่งปัจจุบันอยู่ในฉบับที่ 6 และจะร่วมกันขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องสู่มาตรฐานฉบับที่ 7 เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในสถานพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งการขับเคลื่อนงานให้ประสบผลสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ “งาน คน เงิน และของ” โดยมีเป้าหมายร่วมกัน มีบุคลากรจากทุกภาคส่วนร่วมดำเนินงาน มีเครื่องมือคือมาตรฐาน HA และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองโรคเอดส์และกองทุนโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้มาตรฐานสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงและเกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระบบบริการสุขภาพ

ขณะที่ ดร.อัจฉรา ภักดีพินิจ หัวหน้าศูนย์อำนวยการบริหารจัดการปัญหาเอดส์แห่งชาติ กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงานเกิดจากการหารือร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง และสามารถผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ในช่วงที่ผ่านมา โดยประเทศไทยกำลังมุ่งสู่เป้าหมาย “ยุติปัญหาเอดส์ ภายในปี พ.ศ. 2573” แต่ยังคงมีความท้าทายในประเด็นการตีตราและการเลือกปฏิบัติในสถานบริการสุขภาพ ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า บุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่งอาจยังขาดความเข้าใจว่าการปฏิบัติบางประการอาจเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติ จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาเกณฑ์ มาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติร่วมกับ สรพ. เพื่อให้สถานพยาบาลสามารถลดการตีตราและสร้างบริการสุขภาพที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้อย่างแท้จริง”
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการบูรณาการมาตรฐานคุณภาพสถานพยาบาลเข้ากับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระบบสุขภาพ สนับสนุนให้สถานพยาบาลทั่วประเทศสามารถพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง (Continuous Quality Improvement: CQI) ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ อันจะนำไปสู่ระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน.

