กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยทิศทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพไทยหลังพบตัวเลขความต้องการใช้สารสกัดสมุนไพรในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด สวนทางกับกำลังการผลิตในประเทศ จนต้องนำเข้าสูงกว่า 4.9 พันล้านบาท เร่งเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมกลางน้ำ ชู “T-Beauty” และ “Functional Food and Beverage” สู่ New S-Curve มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้สมุนไพรเกรดพรีเมียม เพื่อลดการขาดดุลและผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเวลเนสระดับสากล
ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมในไทยขยายตัวรวมกันเกือบ 1,400 ราย ทำให้มีความต้องการใช้สารสกัดสมุนไพรสูงมาก จนประเทศไทยต้องนำเข้าสูงถึง 139.48 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 4.9 พันล้านบาท ในขณะที่มีโรงงานสกัดในประเทศเพียงประมาณ 10 รายเท่านั้น นี่คือโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ต้องเร่งเข้ามาซัปพอร์ต โดยมีแนวทางสำคัญคือเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงในตลาดพรีเมียม โดยเจาะไปยังสองกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีศักยภาพ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มบำรุงผิว “T-Beauty” คัดสมุนไพรไทยที่มีผลงานวิจัยรองรับเด่นชัด เช่น ใบบัวบก มีฤทธิ์ลดการอักเสบและสมานผิว, มังคุด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพื่อพัฒนาเป็นสารสกัดมาตรฐานเกรดพรีเมียม ป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมสกินแคร์ ตอบรับเทรนด์ Clean Beauty ทั่วโลก กลุ่มที่ 2 ดีไซน์สมุนไพรสู่อุตสาหกรรม “Functional Food & Beverage” ปรับรูปแบบจากการใช้ยาแคปซูลแบบเดิม เป็นนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มเชิงฟังก์ชันที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ได้ง่ายขึ้น เช่น การนำขมิ้นชัน หรือกระชาย มาพัฒนาเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มสุขภาพ ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และเป็นการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรต้นน้ำ
ด้าน ภก.ดร.ปรีชา หนูทิม ผู้อำนวยการกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร กล่าวว่ากองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร ดำเนินการเชื่อมโยงนวัตกรรมและงานวิจัย จากภาคีเครือข่ายราชการและนักวิจัย เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้ามาจับคู่สมุนไพรเป้าหมายร่วมกัน ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้สารสกัดในประเทศอย่างจริงจัง เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดการนำเข้าวัตถุดิบ ขณะเดียวกันก็ส่งต่อรายได้ที่มั่นคงกลับคืนสู่เกษตรกร เป็นการตอกย้ำว่าสมุนไพรไทยพรีเมียมสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเวลเนสได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม สามารถมาสัมผัสเสน่ห์ความงามจากสมุนไพรไทยในโซน Herbal for Beauty ภายใต้แนวคิด T-Beauty ที่รวบรวมนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ความงามจากสมุนไพรไทยคุณภาพไว้ในที่เดียว ภายในงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติและการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 23” (Thailand Herbal Expo 2026) ระหว่าง วันที่ 2 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ ฮอลล์ 11 – 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

