กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชวนดู “หนูตกถังข้าวสาร ซีซั่น 3” ดึง ดีเจนุ้ย แท็กทีมเหล่าคนดัง ประชันความรู้ “ทรัพย์สินทางปัญญา” สำหรับภาคธุรกิจ ส่งต่อกลยุทธ์ IP ผ่านเกมโชว์วาไรตี้ ดูสนุก ต่อยอดธุรกิจได้จริง

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ลุยเสิร์ฟความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย ผ่านรายการเกมโชว์วาไรตี้ “หนูตกถังข้าวสาร ซีซั่น 3” ที่สนุก เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม โดยได้ “ดีเจนุ้ย” รับหน้าที่พิธีกร นำทีมเหล่าศิลปิน ดารา และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาร่วมประชันไหวพริบและความรู้ทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับภาคธุรกิจ เพื่อสะสมเงินรางวัลสนับสนุนผู้ประกอบการไทย พร้อมสร้างความตระหนักรู้ว่าทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดธุรกิจ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจยุคใหม่

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญา มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ การออกแบบสินค้า การสร้างคอนเทนต์ หรือการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังอาจมองว่าทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่ซับซ้อน หรือยังไม่เห็นแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม กรมฯ จึงมุ่งพัฒนารูปแบบการสื่อสารองค์ความรู้ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงรุกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยนำเสนอข้อมูล
ผ่านรายการเกมโชว์วาไรตี้ “หนูตกถังข้าวสาร” เพื่อทำให้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้จริง

นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ ได้จัดทำรายการ “หนูตกถังข้าวสาร” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยครั้งนี้ได้ชวน “ดีเจนุ้ย” เจ้าของ “เสียงหัวเราะ” อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงไว้กับกรมฯ มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมด้วยศิลปิน ดารา และบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ เสนาหอย, โก๊ะตี๋, เฟย ภัทร, นน อินทนนท์, สงกรานต์ รังสรรค์, ตั๊ก ศิริพร, ชมพู่ ก่อนบ่าย, เจนนี่ ปาหนัน, มอส มัดจุก, ดีเจมะตูม และดีเจเพชรจ้า เป็นต้น มาร่วมสร้างสีสันผ่านการเล่นเกมและตอบคำถามทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อสะสมเงินรางวัลและส่งต่อเป็นทุนสนับสนุนให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่จับคู่กัน จาก 6 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 4 ราย ได้แก่ 1) โรงคั่วกาแฟ Coffee Factory 2) เนย Chubby Cheek 3) ขนม De La Lita และ 4) เครื่องดื่ม Alkalife pH+ by AK กลุ่มสินค้าอุปโภคและความงาม 3 ราย ได้แก่ 1) เซรั่มสำหรับจุดซ่อนเร้น RiRiKo 2) กระดาษทิชชู่ Melolica และ 3) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ASTELLA กลุ่มธุรกิจเครื่องแต่งกาย 2 ราย ได้แก่ 1) ชุดนอน Happy Sunday และ 2) กระเป๋าอัปไซเคิล Hole of Babin กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง 1 ราย ได้แก่ ของเล่นหมาแมว KAFBO กลุ่มสินค้าเชิงสร้างสรรค์ 1 ราย ได้แก่ อาร์ตทอย Bearwake และกลุ่มสินค้านวัตกรรม 1 ราย ได้แก่ เครื่องมือแพทย์ SMARTMED

พร้อมกันนี้ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำแนะนำด้านทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับธุรกิจ แนวทางการคุ้มครองสิทธิทั้งในและต่างประเทศการวางกลยุทธ์ต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง ผ่านคำถามและตัวอย่างที่สะท้อนสถานการณ์ใกล้ตัว ทั้งการสร้างแบรนด์ การขายสินค้าออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ และการต่อยอดธุรกิจในยุคดิจิทัล โดยรายการ “หนูตกถังข้าวสาร ซีซั่น 3” จะออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.10 น. ทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 และช่องทางออนไลน์ของ Woody World ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างการรับรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ได้มากกว่า 12 ล้านวิว ตลอดระยะเวลา
การออกอากาศ

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ และต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหวังว่ารายการ “หนูตกถังข้าวสาร ซีซั่น 3” จะช่วยสร้างความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในวงกว้าง และเป็นแรงบันดาลใจในการนำกลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจสอบถามข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญา สามารถติดต่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือสายด่วน 1368