กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงนามความร่วมมือ กู๊ดวิล แมชชิน–โคเวท พัฒนาทักษะช่างเชื่อม รองรับอุตสาหกรรมอนาคต

26 มิถุนายน 2569 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท กู๊ดวิล แมชชิน จำกัด และ บริษัท โคเวท (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาฝีมือแรงงานช่างเชื่อม ยกระดับทักษะแรงงานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม มีผู้บริหารกรม ผู้บริหารบริษัท กู๊ดวิล แมชชิน จำกัด ผู้บริหารบริษัท โคเวท (ประเทศไทย) จำกัด และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคาร DSD กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า การพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานให้มีผลิตภาพสูง รองรับความต้องการของตลาดแรงงานสมัยใหม่ เป็นภารกิจของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 “งานเชื่อม” ถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านก่อสร้าง ยานยนต์ พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทยมีบุคลากรด้านช่างเชื่อมที่มีความสามารถ และมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล การแข่งขันฝีมือแรงงานสาขาช่างเชื่อมจึงเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริม พัฒนา และยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ให้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของอาชีพช่างเชื่อม

นายภัทรวุธ กล่าวต่อไปว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ มีเป้าหมายและกลไกในการบูรณาการภารกิจร่วมกัน ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาบุคลากรฝึกของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในหลักสูตรการเชื่อมเลเซอร์หรือผู้ตรวจสอบงานเชื่อม และให้การสนับสนุนการจัดแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ระดับภาค ในระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี อุบลราชธานี ลำปาง และสุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานด้านช่างเชื่อมให้ได้มาตรฐานสากล ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ผมขอขอบคุณบริษัท กู๊ดวิลแมชชิน จำกัด และบริษัท โคเวท (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้การสนับสนุนของรางวัล วัสดุ อุปกรณ์ในการแข่งขันฝีมือแรงงานระดับภูมิภาค มูลค่า 176,149.20 บาท (หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นหกพันหนึ่งร้อยสี่สิบเก้าบาทยี่สิบสตางค์) ซึ่งเยาวชนและแรงงานด้านงานเชื่อม จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต รองอธิบดี กล่าวในตอนท้าย