สถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 14 – 20 มิถุนายน 2569

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยผลการประเมินเบื้องต้นพบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 20 มิ.ย. 2569 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 15.45 ล้านคน โดยในสัปดาห์นี้ภาคการท่องเที่ยวมีปัจจัยสนับสนุนจากวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลไหว้บะจ่าง (Dragon Boat Festival) ของจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนสะสมแตะระดับ 2.54 ล้านคน และยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในสัปดาห์นี้ และยังส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวไต้หวันขยายตัวและขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ในสัปดาห์นี้จากอันดับ 7 ในสัปดาห์ก่อน นอกจากนี้ ยังมีวันหยุดกลางสัปดาห์ในมาเลเซีย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดังนั้น ในสัปดาห์นี้จึงมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวน 508,133 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 21,464 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.41 โดยคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ยวันละ 72,590 คน และเมื่อพิจารณาตามกลุ่มตลาด พบว่าตลาดระยะใกล้ (short haul) มีจำนวนนักท่องเที่ยว 373,263 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.37 จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกล (long haul) มีจำนวน 134,870 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.40 จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน (83,796 คน) มาเลเซีย (81,398 คน) อินเดีย (43,633 คน) สิงคโปร์ (24,225 คน) และไต้หวัน (21,043 คน) ซึ่งนักท่องเที่ยวจีน มาเลเซีย และไต้หวัน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 7.82 ร้อยละ 0.39 และร้อยละ 18.23 ตามลำดับ ขณะที่นักท่องเที่ยวอินเดีย และสิงคโปร์ มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 7.82 และร้อยละ 4.36 ตามลำดับ

สำหรับสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลง เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลายตลาดจะพักตัวหลังเสร็จสิ้นการท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ และตลาดอินเดียมีปัจจัยท้าทายจากจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง

สรุปภาพรวมการท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 21 มิ.ย. 2569 พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 20 มิ.ย. 2569 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสม 15,447,571 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้ว 745,388 ล้านบาท โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (2,538,498 คน) มาเลเซีย (1,992,324 คน) อินเดีย (1,188,190 คน) รัสเซีย (996,840 คน) และเกาหลีใต้ (576,404 คน)