สบส. ยกระดับมาตรฐานอาคารทางการแพทย์สู่การเป็น “อาคารอัจฉริยะปลอดภัย เป็นมิตร และสร้างสุขภาวะ”

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับมาตรฐานสถานพยาบาลของประเทศไทยให้มีความทันสมัย ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับการให้บริการด้านสุขภาพทั้งในภาวะปกติและสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส.กล่าวว่า กรม สบส. เป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทในการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมสาธารณสุข ผ่านการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้รับบริการ และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งการพัฒนาอาคารและสภาพแวดล้อมของสถานพยาบาลถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรม สบส. มีแนวคิดการออกแบบสถานพยาบาลภาครัฐให้รองรับนวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต ตามแนวคิดอาคารอเนกประสงค์ (Multi-function) และการออกแบบเชิงโมดูลาร์ (Modular Design)

ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมทั้งคำนึงถึงความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ (Inclusive Design) โดยมุ่งเน้นในการพัฒนาห้องบริการทางการแพทย์ที่มีความสำคัญ อาทิ ห้องผ่าตัด ห้องคลอด ห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ห้องไตเทียม ห้องแยกโรค และห้องผสมยาเคมีบำบัด ให้มีความพร้อม และมีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของระบบปฏิบัติการและงานวิศวกรรมสาธารณสุขภายในอาคาร อาทิ ระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบก๊าซทางการแพทย์ ระบบขนส่งทางการแพทย์ ฯลฯ ให้สามารถบริการได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย รวมถึงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ผ่านการพัฒนาโครงสร้างอาคาร เช่น อาคารยกสูง กำแพงป้องกันน้ำท่วม และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security) ให้สามารถรองรับภัยพิบัติต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด

ด้าน นพ.กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรม สบส.กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการพัฒนาอาคารสถานพยาบาลให้มีความทันสมัย และปลอดภัยแล้ว กรม สบส. ยังเดินหน้าผลักดันการพัฒนาอาคารสถานพยาบาลให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการใช้วัสดุก่อสร้างที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในอาคาร การลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 รวมถึงการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียและของเสียทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว เปลี่ยนผ่านจาก “อาคารรักษาโรค” แบบเดิม สู่การเป็น “อาคารอัจฉริยะปลอดภัย เป็นมิตร และสร้างสุขภาวะ (Smart, Safe, and Healing Environment)”