วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ภายใต้ชื่องาน “FDA SMART SYNERGY : อย. สานพลังเครือข่าย สร้างงานวิจัยสมุนไพร พร้อมยกระดับคุ้มครองผู้บริโภคไทยในยุคดิจิทัล” ณ ห้องประชุม ชั้น 10 อาคาร OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อบูรณาการความร่วมมือด้านการวิจัยสมุนไพรและการคุ้มครองผู้บริโภคจากภัยสุขภาพบนโลกออนไลน์ โดยเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย MOPH PLUS+ ของกระทรวงสาธารณสุขให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นโยบาย MOPH PLUS+ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมนวัตกรรมการแพทย์และเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยบนฐานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ผ่านการสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์จากงานวิจัยทางคลินิกที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก ขณะเดียวกันยังเป็นการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคจากภัยสุขภาพในยุคดิจิทัล ทั้งการโฆษณาเกินจริง การแอบอ้างบุคลากรทางการแพทย์ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
ด้าน นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการเครือข่ายสำคัญของประเทศใน 2 มิติหลัก ได้แก่ การส่งเสริมการศึกษาวิจัยทางคลินิกสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยความร่วมมือระหว่าง อย. กับ 6 หน่วยงานวิจัย ประกอบด้วย มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาวิจัยในคนในประเทศไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร สภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพรไทย เพื่อเชื่อมโยงระบบการวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือรองรับการขึ้นทะเบียนและการใช้ประโยชน์ในระบบสาธารณสุข รวมถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ตามเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ นอกจากนี้ อย.ได้ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ผ่านความร่วมมือกับ 4 สภาวิชาชีพ ได้แก่ แพทยสภา สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา และสภากายภาพบำบัด เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและจัดการปัญหาการโฆษณาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศในยุคดิจิทัล
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับงานวิจัยสมุนไพรไทยให้มีข้อมูลด้านประสิทธิผลและความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพและตลาดต่างประเทศ ตลอดจนสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค อย. ได้พัฒนากลไกการทำงานร่วมกับสภาวิชาชีพและแพลตฟอร์มดิจิทัล 10 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Facebook, Instagram, Threads, TikTok, Lemon8, LINE, Shopee, Lazada, GrabMart และ LINE MAN เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และปิดกั้นการโฆษณาหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงจากข้อมูลสุขภาพที่ไม่ถูกต้องและผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชน
FDA SMART SYNERGY ไม่ใช่เพียงการลงนามความร่วมมือ แต่เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายสำคัญของประเทศเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาสมุนไพรไทยบนฐานวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้เท่าทันภัยสุขภาพในยุคดิจิทัล สอดคล้องกับนโยบาย MOPH PLUS+ ที่มุ่งใช้นวัตกรรม องค์ความรู้ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้ประชาชน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้าย









