
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น เนื่องใน “วันปกรณ์ 69” พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ประจำปี 2568 จำนวน 15 คน โดยมีรองศาสตราจารย์อภิญญา เวชยชัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ กล่าวรายงาน และ นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวต้อนรับ โอกาสนี้ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.), ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, คณะผู้บริหารกระทรวง พม., คณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ร่วมแสดงความยินดีและสดุดีผู้ได้รับรางวัล ณ ห้องราชาบอลรูม ชั้น 11 อาคาร 2 โรงแรมปรินซ์ พาเลส กรุงเทพมหานคร
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า การจัดงาน “วันปกรณ์” ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก “Social Work : Beyond Imbalance งานสังคมสงเคราะห์กับการก้าวผ่านโลกไร้สมดุล” นับเป็นครั้งที่ 43 เพื่อสะท้อนบทบาทสำคัญของงานสังคมสงเคราะห์ในการก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเป็นการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบไปสู่สังคมที่เท่าเทียมและยั่งยืน ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2523 รวมระยะเวลากว่า 45 ปี และมีนักสังคมสงเคราะห์ทุกประเกทได้รับการเชิดชูเกียรติรวมแล้วทั้งสิ้นจำนวน 449 คน

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญความท้าทายในหลายมิติ ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ปัญหาสังคมที่ซับซ้อน รวมถึงผลกระทบจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยในวงกว้าง ดังนั้น งานสังคมสงเคราะห์จึงมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบและนวัตกรรมทางสังคม ตลอดจนนยกระดับการทำงานให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง โดยมีนักสังคมสงเคราะห์เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาและเชื่อมโยงความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมให้เข้มแข็งและยั่งยืน

รองศาสตราจารย์อภิญญา กล่าวว่า ปัจจุบัน โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน ความไม่สมดุลได้ปรากฏชัดในหลากมิติ ทั้งด้านโอกาส การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในแต่ละช่วงวัย หากมูลนิธิฯ ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ในการส่งเสริมงานสังคมสงเคราะห์ มุ่งสร้างองค์ความรู้ และเชิดชูผู้ปฏิบัติงานที่มีคุณปการต่อสังคม อันเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต
สำหรับปี 2569 คณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ มีมติเป็นเอกฉันท์คัดเลือกนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นจำนวน 15 ราย จาก 3 ประเภท ซึ่งปฏิบัติงาน ด้วยความทุ่มเทและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ดังนี้
1. ประเภทวิชาชีพ จำนวน 6 คน ได้แก่ นายวรรธนันท์ ศักดิ์ตระกูล, นางสาวอรอุมา อินทฉาย, นางสาวปาริษา ด้วงทอง, นางอุมาภรณ์ ผ่องจิตต์, นางนวลใย วัฒนกูล, ดร.สุชญา เฑียรแสงทอง
2. ประเภทผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 1 คน ได้แก่ นางรชยา ฮั่นตระกูล
3. ประเภทอาสาสมัคร จำนวน 8 คน ได้แก่ นายสังคม ทองมี, นายสมัย เพ็งแจ่ม, นางพิศมัย สุวรรณรังษี, ดร.ณัฐกานต์ โนรี, นายศุภชีพ ดิษเทศ, นางสาวชุติมา มอแลกู่, นางสุนีย์ ศรีทะวงศ์, นางศรีวรรณ สายฟ้า
นอกจากนี้ งาน “วันปกรณ์” ประจำปี 2569 ยังมีการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจที่สำคัญ ประกอบด้วย นิทรรศการ “5 มิติสู่การก้าวข้ามโลกไร้สมดุล” ได้แก่ ตั้งต้นดี (Strong Start) โอกาสดี (Equal Opportunity) สุขภาพดี (Well-being) อยู่ดี (Dignified Living) และตายดี (Dignity in End of Life) พร้อมด้วยเวทีเสวนา “Impact Talks: 5 Voices Beyond Imbalance” และกิจกรรม “3 Voices Beyond Imbalance” “ถ่ายทอดประสบการณ์การจริงจากผู้แทนทำงานผู้ได้รับรางวัล อีกทั้งยังมีการมอบทุนการศึกษา “ต้นกล้าปกรณ์” ให้แก่นักศึกษาสาขาสังคมสงเคราะห์จาก 6 มหาวิทยาลัย เพื่อสืบสานปณิธานของ ศ.ปกรณ์ อังศุสิงห์ และสร้างบุคลากรรุ่นใหม่สู่สังคมต่อไป
“ขอแสดงความยินดีแก่นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นทุกท่าน ซึ่งล้วนเป็นแบบอย่างของความทุ่มเท เสียสละ และการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เป็นแรงบันดาลใจสำคัญแก่ผู้ปฏิบัติงานรุ่นใหม่ และเป็นพลังในการขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์ของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป” นายกันตพงศ์ กล่าว
#พม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #วันปกรณ์ #ศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ #นักสังคมสงเคราะห์ #พส #กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ





















