วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมพะยูน อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง กรุงเทพมหานคร กรมประมง…เปิดเวทีประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย ผู้แทนองค์กร และแกนนำเกษตรกรจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในการติดตามสถานการณ์ราคากุ้งตกต่ำ พร้อมรับมือกรณีประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากประเทศไทย 5 ชนิด ประกอบด้วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งน้ำเงิน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมดังกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมประมงหาทางออกร่วมกับพี่น้องเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการผลิต และการตลาดให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ซึ่งมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้
1. สมาคมฯ ขอให้ภาครัฐเร่งบริหารจัดการผลผลิตไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน ด้วยการชดเชยหรือสนับสนุนส่วนต่างราคาไม่น้อยกว่า 20 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมทั้งประสานขอความร่วมมือกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้าและรักษาสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ ซึ่งกรมประมงจะผลักดันการดำเนินงานผ่านกลไกของคณะกรรมการ/ คณะทำงาน ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
2. สำหรับการเจรจาร่วมกับมาเลเซีย จากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ล่าสุดประเทศไทยได้รับการประสานจากทางมาเลเซียว่าจะขอกำหนดระยะเวลาในการเจรจาทางการค้าและข้อตกลงต่าง ๆ อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยขณะนี้กรมประมงอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพื่อชี้แจงตามข้อคำถาม (Questionnaire) ของทางมาเลเซีย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน ควบคู่กับการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการบริโภคกุ้งภายในประเทศ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกินและลดผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการส่งออก พร้อมเร่งขยายการส่งออกและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในตลาดใหม่ เพื่อทดแทนตลาดที่ได้รับผลกระทบ
อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม กรมประมงได้มีโครงการฯ ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การลดต้นทุนด้านพลังงาน ภายใต้ “โครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง กิจกรรมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบแม่นยำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” (Innovation Sandbox) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และ “โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2569” (คชก.69) ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ ภายในเดือนมิถุนายนนี้
ทั้งนี้ กรมประมงจะเร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดำเนินการมาตรการรองรับที่เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมกุ้งไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด และดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยอย่างเต็มที่…อธิบดีฯ กล่าวในตอนท้าย











