กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการดำเนินงานโครงการอบรม “หลักสูตรกัญชาทางการแพทย์เบื้องต้น สำหรับผู้ให้คำแนะนำการใช้กัญชา” ผ่านระบบออนไลน์ (DTAM MOOC) พบสถิติล่าสุดผู้เข้ารับการอบรมผ่านเกณฑ์การคัดกรองถึงร้อยละ 78.96 สะท้อนถึงความตั้งใจจริงและความพร้อมของบุคลากรที่เข้าร่วมการอบรม พร้อมมุ่งเป้าพัฒนา 3 มิติหลัก ได้แก่ การคุ้มครองผู้บริโภค การลดภาระระบบสาธารณสุข และการสร้างมาตรฐานสากล เพื่อขับเคลื่อนระบบการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน
นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้มีการประกาศใช้กฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ โดยมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และมาตรการกำกับดูแลให้มีความรัดกุม ชัดเจน และปลอดภัย ต่อประชาชนมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ กฎกระทรวงฉบับใหม่มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับการจัดการ “กัญชาทางการแพทย์” ให้อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพที่มีมาตรฐานอย่างแท้จริง โดยกำหนดให้สถานประกอบการต้องมีบุคลากร ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรความรู้กัญชาทางการแพทย์เบื้องต้น ตามที่กรมการแพทย์แผนไทยฯกำหนด ประจำอยู่ตลอดเวลา ทำการ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการให้บริการแก่ประชาชน พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการรักษา ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 พบว่าจากข้อมูลผู้เข้าร่วมโครงการอบรม “หลักสูตรกัญชาทางการแพทย์เบื้องต้น สำหรับผู้ให้คำแนะนำการใช้กัญชา”ผ่านระบบออนไลน์ (DTAM MOOC) ที่จัดขึ้นโดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ มีสถิติการเข้าเรียนและการสำเร็จการศึกษาที่น่าสนใจ ดังนี้ ผู้เข้าเรียนสะสมรวม จำนวน 5,278 คน ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน 4,168 คน (คิดเป็นร้อยละ 78.96ของผู้เข้าเรียนทั้งหมด) ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าว มีสัดส่วนผู้สอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 78.96 นั้น สะท้อนถึงความสำเร็จและความตั้งใจของผู้เข้ารับการอบรมเป็นอย่างดี
สำหรับ ผู้ให้คำแนะนำถือเป็นบุคลากรด่านหน้าที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในระดับชุมชน จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแม่นยำทั้งในมิติข้อกฎหมาย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ปริมาณการใช้ ที่เหมาะสม และข้อควรระวัง เพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงมุ่งเน้นการคัดกรองเชิงคุณภาพให้เกิดผลสัมฤทธิ์และความรู้ ในการอบรม เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน
จากการจำแนกข้อมูลทางสถิติเป็นรายจังหวัด พบว่ามีความตื่นตัวในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น “กรุงเทพมหานคร” ครองแชมป์ยอดสมัครเรียนสูงสุดที่ 479 คน (สำเร็จการศึกษา 342 คน) ตามมาด้วย “ภูเก็ต” สมัคร 233 คน (สำเร็จการศึกษา 169 คน) และ”ชลบุรี” สมัคร 169 คน (สำเร็จการศึกษา 125 คน)
การผลักดันหลักสูตรออนไลน์ในครั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯมุ่งหวังให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมใน 3 มิติสำคัญ ประกอบด้วย 1.การคุ้มครองผู้บริโภค ประชาชนจะได้รับคำแนะนำการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสม 2.การลดภาระระบบสาธารณสุข ลดอัตราการเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน (ER) ที่มีสาเหตุมาจากการใช้กัญชาผิดวิธีหรือเกินขนาด 3.การสร้างมาตรฐานสากล ยกระดับความน่าเชื่อถือของสมุนไพรไทยสู่สากล ด้วยระบบการศึกษาและคัดกรองบุคลากรที่รัดกุม
นายแพทย์พีรชา เน้นย้ำว่า ผู้สำเร็จการศึกษาทั้ง 4,168 คนในรุ่นนี้ จะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการสร้างระบบนิเวศที่ปลอดภัยให้แก่สังคม ทั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ มีเป้าหมายที่จะขยายการจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนระบบการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยอย่างยั่งยืน ต่อไป

