
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า “ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กำชับให้ติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ล่าสุด กรมการค้าภายในได้เร่งลงพื้นที่จังหวัดชุมพร หลังพบว่าผลผลิตทุเรียนภาคใต้ออกสู่ตลาดเร็วกว่าคาด และมีปริมาณมากในช่วงเวลาใกล้กัน ส่งผลให้เกิดปัญหารถบรรทุกทุเรียนรอคิวเข้าล้งจำนวนมาก ขณะที่บางพื้นที่ล้งยังไม่เปิดรับซื้อ ทำให้เกษตรกรกังวลต่อการระบายผลผลิตและแนวโน้มราคา”
นายจิรวุฒิ กล่าวต่อว่า “จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมการค้าภายในจึงเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกทันที โดยประสานผู้ประกอบการล้งขนาดใหญ่จากจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีศักยภาพด้านการส่งออกและเครือข่ายตลาดต่างประเทศ ให้เข้ามาเปิดจุดรับซื้อในจังหวัดชุมพรและพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มเติม แม้ภาคตะวันออกจะยังอยู่ในช่วงปลายฤดูการผลิต เพื่อช่วยรองรับผลผลิตทุเรียนภาคใต้ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และลดปัญหาการตกค้างของรถบรรทุกผลผลิตในพื้นที่

พร้อมกันนี้ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 กรมการค้าภายในยังได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 7 (สวพ.7) และผู้แทนด่านกักกันโรคพืช ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์จริง พบปะเกษตรกร ผู้รวบรวมผลผลิต และผู้ประกอบการล้ง เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาหน้างานอย่างใกล้ชิด โดยได้รับความร่วมมือจากล้งขนาดใหญ่จากจังหวัดจันทบุรีหลายแห่งที่เริ่มเปิดรับซื้อเพิ่มเติมแล้ว อาทิ ล้ง KAF ล้งแซมซั่น ล้งเอส.เอ็น.เฟรชฟรุต ล้งนายกโอ๋ และล้ง Best 3310 ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังการรับซื้อและเร่งระบายผลผลิตออกจากพื้นที่ได้มากขึ้น”
นายจิรวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากล้งขนาดใหญ่เริ่มเปิดรับซื้อเพิ่มเติม สถานการณ์หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย รถบรรทุกทุเรียนที่ตกค้างสามารถทยอยเข้าล้งได้ต่อเนื่อง และหากทุกฝ่ายยังคงร่วมมือกันอย่างเต็มที่ คาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งไม่เพียงช่วยเร่งระบายผลผลิตและลดความเสียหายของทุเรียนที่รอจำหน่าย แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรว่า ภาครัฐและภาคเอกชนจะร่วมกันดูแลไม่ให้ผลผลิตล้นตลาดจนกระทบต่อราคา”

“กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อให้การซื้อขายทุเรียนภาคใต้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ขณะที่การเชื่อมโยงล้งใหญ่จากภาคตะวันออกเข้ามารับซื้อเพิ่มเติม ยังถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของการบริหารจัดการผลไม้ปี 2569 ของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเร่งกระจายผลผลิต ลดปัญหาคอขวดด้านการรับซื้อ และรักษาเสถียรภาพตลาดผลไม้ไทยในช่วงที่ผลผลิตออกพร้อมกันจำนวนมาก เพื่อช่วยพยุงราคาทุเรียนภาคใต้และสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม” นายจิรวุฒิ กล่าว











