กรมพัฒนาที่ดิน แสดงความยินดี และยกย่องเชิดชูเกียรติ “นางเกษร ทองคำ” เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หมอดินอาสาในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ที่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของกรมฯ ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรในชุมชน พลิกฟื้นพื้นที่การเกษตรของตนเองจากดินเสื่อมโทรมสู่ “สวนเกษตรทองคำ” ต้นแบบเกษตรอินทรีย์ผสมผสานและท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน

นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้ส่วนราชการในสังกัดฯ ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก ยึดถือเป็นแบบอย่างด้านการเกษตร สำหรับปี 2569 กรมพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยในปีนี้มีเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2569 ในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้แก่ นางเกษร ทองคำ หมอดินอาสาประจำอำเภอ ตำบลเกาะเต่า อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และรางวัลชนะเลิศหมอดินอาสาดีเด่น กรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2569 จากผลงานด้านการปรับปรุงดิน ทำเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน และการเป็นผู้นำถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน

“หมอดินเกษร” ถือเป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่สามารถพลิกฟื้นพื้นที่การเกษตรจากวิกฤตดินเสื่อมโทรมและปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม จากประสบการณ์การใช้สารเคมีสะสมจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประกอบกับภาวะราคายางพาราตกต่ำ จึงตัดสินใจสมัครเป็นหมอดินอาสาในปี พ.ศ. 2558 เพื่อพัฒนาความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน และเริ่มปรับพื้นที่ในปี พ.ศ. 2560 ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนสู่เกษตรทฤษฎีใหม่ ผลิตระบบเกษตรอินทรีย์ บนพื้นที่รวม 48 ไร่ แบ่งเป็นยางพารา ข้าว พืชอาหารสัตว์ ไม้ผล พืชผัก ไม้เศรษฐกิจ รวมถึงกิจกรรมประมง ปศุสัตว์ และที่อยู่อาศัย พื้นที่มีความหลากหลายของชุดดิน ได้แก่ ชุดดินคลองเต็ง (Klt) ชุดดินสายบุรี (Bu) ชุดดินนาทอน (Ntn) และชุดดินท่าแซะ (Te) ลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และเป็นดินกรด หมอดินเกสรจึงนำองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินมาวิเคราะห์และออกแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ พร้อมฟื้นฟูดินด้วยการใช้โดโลไมท์ เพิ่มอินทรียวัตถุ ผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพใช้เอง ควบคู่กับการจัดการน้ำ และตรวจวิเคราะห์ดินเพื่อวางแผนการผลิตอย่างเหมาะสม ทำให้ลดต้นทุน ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก และทำการเกษตรปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ทำให้ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตร โดยมีต้นทุนการผลิต 103,000 บาทต่อปี มีรายได้ 978,000 บาทต่อปี และมีรายได้สุทธิ 875,000 บาทต่อปี

ปัจจุบันเป็นผู้จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร “สวนเกษตรทองคำ” เพื่อรวมกลุ่มผลิตพืชอินทรีย์ สร้างเครือข่ายการที่เข้มแข็ง พร้อมทั้งตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร เช่น ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน มีฐานการเรียนรู้ 14 ฐาน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ด้วยความมุ่งมั่นและจิตอาสา หมอดินเกษรยังถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นผู้ประสานงานที่ดีระหว่างเกษตรกร หมอดินอาสา และหน่วยงานภาครัฐ สร้างประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน








