สธ. อบรมนักบริหารระดับสูง เน้นความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ และทักษะการทํางานยุคดิจิทัล

กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมนักบริหารการแพทย์และสาธารณสุขระดับสูง (น.บ.ส.) รุ่นที่ 42 สร้างผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะด้านการบริหาร และสมรรถนะเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมทักษะทางอารมณ์ สังคม และการทํางานยุคดิจิทัล เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายองค์กรให้สอดคล้องนโยบายประเทศ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ ห้องประชุม 1 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ภาณุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรนักบริหารการแพทย์และสาธารณสุขระดับสูง (น.บ.ส.) รุ่นที่ 42 ว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการพัฒนา “ผู้บริหารรุ่นใหม่” ที่มีความคิดเปิดกว้าง รอบรู้ สามารถคิดในเชิงยุทธศาสตร์ ทำงานในรูปแบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงบูรณาการได้ทั้งองค์กร และมีการประสานความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อให้การบริหารราชการเป็นไปตามยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่กำหนด เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

นายแพทย์ภาณุวัฒน์ กล่าวว่า หลักสูตร น.บ.ส. ดำเนินการโดยวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งในปีงบประมาณ 2569 เป็นรุ่นที่ 42 มีการทบทวนหลักสูตรและกําหนดปรัชญาและเป้าหมายให้มุ่งเน้นสมรรถนะด้านผู้นํา สมรรถนะด้านการบริหาร และสมรรถนะเชิงยุทธศาสตร์ ครอบคลุมทั้งทักษะการปฏิบัติงาน ทักษะทางอารมณ์และสังคม และทักษะการทํางานในยุคดิจิทัลและศตวรรษที่ 21 ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่ยึดผู้เข้าอบรมเป็นศูนย์กลาง (Student-centered) สนับสนุนให้แสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ภายใต้ความเชื่อในคุณค่าของตนเอง และผู้อื่น (Value-based) เพื่อให้ผู้สำเร็จการฝึกอบรมมีสมรรถนะของนักบริหารระดับสูง สามารถขับเคลื่อนนโยบายองค์กรให้สอดคล้องนโยบายประเทศ นำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด สำหรับกระบวนการฝึกอบรมเน้นการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการบรรยายแบบมีส่วนร่วม การเสวนา การอภิปราย การสัมมนา โดยใช้กระบวนการกลุ่มที่มีอิสระทางความคิด การเรียนรู้แบบ Interactive Learning การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้ารับการอบรมกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับชาติหลากหลายสาขา ซึ่งวิทยากรประจำหลักสูตร ตลอดจนอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งอดีตผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการระหว่างวันที่ 4 พฤษภาคม – 7 สิงหาคม 2569 มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 75 คน ประกอบด้วย สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 67 คน กรมต่าง ๆ 5 คน สำนักงานสุขภาพเห่งชาติ (สช.) 1 คน สำนักงานหลักประกันสุขภาพเห่งขาติ (สปสช.) 1 คน และ องค์การเภสัชกรรม 1 คน