
วันที่ 23 เมษายน 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการองค์การมหาชน ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ณ โรงแรมเดอะพาลาสโซ กรุงเทพฯ โดยประกาศทิศทางการขับเคลื่อนองค์กรกระทรวง ภายใต้แนวคิด “Ministry of Culture New Era – กระทรวงวัฒนธรรมยุคใหม่ ก้าวไกลสู่สากล” มุ่งยกระดับวัฒนธรรมไทยให้เป็นพลังหลักของประเทศในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ในเวทีนานาชาติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้เน้นย้ำว่า กระทรวงวัฒนธรรมยุคใหม่ต้อง “คิดใหม่ ทำใหม่ และเชื่อมโลก” โดยยึดกรอบแนวคิด “ไทไทย: สร้างพลังวัฒนธรรม สร้างสุข สร้างอนาคต (Empowering Culture for Better Living)” เป็นแกนหลักในการทำงาน พร้อมผลักดันวัฒนธรรมไปสู่ “ทุนเชิงยุทธศาสตร์” ที่สร้างคุณค่าและมูลค่าให้ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ขับเคลื่อน 5C พลิกโฉมวัฒนธรรมไทยทั้งระบบ
นางสาวซาบีดา กล่าวต่อว่า นโยบายสำคัญผ่านกรอบยุทธศาสตร์ 5C+1 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระดับประชาชนจนถึงเวทีโลก ได้แก่ C1: Cultural Well-being สร้างคนดี มีคุณธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยวัฒนธรรม C2: Community & Continuity สืบสานและต่อยอดมรดกวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน C3: Cultural Economy สร้างเศรษฐกิจวัฒนธรรมมูลค่าสูง ผ่านเทศกาลและทรัพย์สินทางปัญญา C4: Connectivity & Cultural Diplomacy ขับเคลื่อนการทูตวัฒนธรรมเชิงรุก เชื่อมไทยสู่สากล C5: Capacity & Cultural Intelligence ปรับระบบบริหารรัฐสู่ Data-Driven และ AI โดยในส่วนของพลัส 1 Clean Energy Culture ยกระดับงานวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืน ใช้พลังงานสะอาดในกิจกรรม เทศกาล โครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะประเทศวัฒนธรรมสีเขียวในเวทีโลก

พร้อมกันนี้ รมว.วธ. ได้กำชับผู้บริหารทุกระดับนำนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา และนโยบายการจัดสรรงบประมาณ ประจำปี 2570 ของนายกรัฐมนตรีไปใช้ในการบริหารงาน โดยให้ทำงานแบบ “บูรณาการทั้งประเทศ” (One Culture Team Thailand) เชื่อมโยงส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดผลจริงในพื้นที่ นอกจากนี้ จะเร่งเครื่อง Quick Wins สร้างผลลัพธ์ทันทีใน 3–6–12 เดือนด้วย โดยการประชุมครั้งนี้ ได้มอบหมายภารกิจสำคัญให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินโครงการเร่งด่วน (Quick Wins) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว ได้แก่
ในระยะ 3 เดือน (Ignite) อาทิ การขับเคลื่อน Cultural Mapping Fast Track ครบ 76 จังหวัด รวมถึง 1 จังหวัด 1 Cultural Signature สร้างแบรนด์พื้นที่ และการขับเคลื่อนโครงการศาสนสถาน–ชุมชน–ศิลปะเพื่อสุขภาวะ
ขณะนี้ในระยะ 6 เดือน (Systematize) เช่น Festival Economy Pilot ยกระดับเทศกาลไทย การขับเคลื่อน Thai Cultural Expo แสดงศักยภาพวัฒนธรรมไทย และการจัด Night @Museum & Cultural Night Economy กระตุ้นเศรษฐกิจกลางคืน
ส่วนในระยะ 12 เดือน (Transform) เช่น การขับเคลื่อน Thailand Cultural Economy Package รวมถึง National Cultural Big Data Platform และการขับเคลื่อน Cultural City/Creative City Network Thailand ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานวัฒนธรรมระดับชาติ
ทั้งนี้ ได้ย้ำบทบาท “ผู้บริหารวัฒนธรรมยุคใหม่” ต้องคิดเชิงยุทธศาสตร์ ใช้ข้อมูล บูรณาการงาน และสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เน้นย้ำว่า ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมในยุคใหม่ ต้องมีความทันสมัย ไม่เป็นเพียง “ผู้จัดกิจกรรม” แต่ต้องเป็น “ผู้ออกแบบนโยบายและระบบ” ที่สามารถใช้ข้อมูล (Data) เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์มาขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมให้เกิดผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ ได้กำหนดตัวชี้วัดสำคัญ อาทิ การเพิ่มการเข้าถึงการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของประชาชน การเติบโตของเศรษฐกิจวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของชุมชน และการยกระดับอันดับภาพลักษณ์ประเทศไทยด้าน Culture & Heritage ในเวทีโลก
“กระทรวงวัฒนธรรมต้องเป็นมากกว่าผู้รักษาอดีต แต่ต้องเป็นผู้นำสำคัญในการร่วมกำหนดอนาคตของประเทศ” รมว.วธ. กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของการมอบนโยบาย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้ฝากถึงผู้บริหารทั่วประเทศว่า การขับเคลื่อน Ministry of Culture New Era จะสำเร็จได้ ต้องอาศัยพลังของทุกหน่วยงานร่วมกันอย่างจริงจัง เพื่อทำให้ “วัฒนธรรมไทย” เป็นทั้งรากฐานของสังคม และเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจไทยในอนาคต การประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการ “รีเซ็ตกระทรวงวัฒนธรรม” สู่การเป็นองค์กรยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนประเทศด้วยวัฒนธรรมอย่างแท้จริง



