กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดย สถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชน จัดอบรมหลักสูตรนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับต้น รุ่นที่ 4

วันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ จังหวัดนนทบุรี กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพโดย สถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชน จัดอบรมหลักสูตรนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับต้น รุ่นที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้บริหารระดับต้นให้มีองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน พัฒนานโยบาย และสร้างเครือข่ายนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับต้น ให้สามารถกำหนดทิศทางการบริหารงาน และขับเคลื่อนนโยบายโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ ในช่วงเช้าเป็นการบรรยายหัวข้อ “กฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ” โดย นางธัญสุดา หน่อแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย บรรยายหัวข้อ “พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565” นายนำโชค พงศ์จันทรเสถียร นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานกองทุนยุติธรรม บรรยายหัวข้อ “พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558” และดร.ธปภัค บูรณะสิงห์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท บรรยายหัวข้อ “พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562”

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เป็นการบรรยายต่อเนื่องในหัวข้อ “กฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ” โดย นายชนะชัย วรรณษา ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองพยาน บรรยายหัวข้อ “พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565” นางสาวจิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา บรรยายหัวข้อ “พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559” และดร.เชาวนะ ไตรมาส อดีตรองเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายหัวข้อ “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560” โดย กฎหมายทั้งหมดที่นำมาบรรยายตลอดทั้งวันนี้ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เสริมสร้างความเป็นธรรม และเพิ่มการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ซึ่งผู้อบรมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรในหลายมิติอย่างสร้างสรรค์ และคาดหวังว่าผู้เข้ารับการอบรมจะสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่และปรับใช้ในการปฎิบัติงานของตนเองและพัฒนาองค์กรต่อไป